การเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาโครงการพลังงานยั่งยืนภาคประชาชน เพื่อต่อยอดการสนับสนุนจากแหล่งทุนทั้ง ภาย ในและภายนอกประเทศ

การเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาโครงการพลังงานยั่งยืนภาคประชาชน

เพื่อต่อยอดการสนับสนุนจากแหล่งทุนทั้ง
ภาย ในและภายนอกประเทศ

โดย นายพิรัฐ  อินพานิช นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน 

นับตั้งแต่กระทรวงพลังงานได้เริ่มดำเนินงานโครงการวางแผนพลังงานชุมชน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ –๒๕๖๒ มีพื้นที่เข้าร่วมมากกว่า ๑,๙๓๖ ชุมชน จากทั่วประเทศ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าการวางแผนพลังงานด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ก่อให้เกิดกิจกรรมการพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในชุมชน สามารถนำเอาความแตกต่างหลากหลายของแต่ละองค์กรมารวมเป็นพลังสร้างสรรค์ในการพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นการเปิดมิติใหม่ของการทำงานเชิงบูรณาการที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ตามตัวชี้วัดชุมชนต้นแบบพลังงานยั่งยืนได้กล่าวถึงความสามารถในการเชื่อมโยงการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งทุนต่างๆนอกเหนืองบประมาณสนับสนุนของกระทรวงพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคุลมพื้นที่และความต้องการของประชาชน ซึ่งมีผลต่อการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาพลังงานชุมชนของประเทศ

ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน มีการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร เพื่อเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาโครงการพลังงานยั่งยืนภาคประชาชน โดยเนื้อหาของการเรียนรู้จะเชื่อมโยงประสบการณ์ทำงานของผู้เข้าอบรมตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโครงการ (Stakeholders Workshop) เป็นกลไกที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งและยั่งยืนของการดำเนินโครงการวางแผนพลังงานชุมชน การสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่างๆ ให้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการพัฒนาพลังงานยั่งยืนเพื่อ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติระดับท้องถิ่น  สามารถกลั่นกรองแนวความคิดโครงการที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน เพื่อยื่นเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆ และ นำประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปปรับใช้ในการพัฒนาโครงการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑. เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยุทธศาสตร์ และแนวทางปฏิบัติ บทบาทการเป็นพี่เลี้ยงประชาชนในการพัฒนาแนวความคิดโครงการที่มีผลต่อต่อการเปลี่ยนแปลงมิติต่างๆของชุมชน ๒. เพื่อปรับปรุงแนวความคิดโครงการ ให้เป็นข้อเสนอโครงการที่ตอบสนองต่อ แหล่งทุน มากที่สุด และน่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมโครงการของแหล่งทุน โดยใช้กระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อน ๓. เพื่อให้เกิดการริเริ่มในการสร้างเครือข่าย และความร่วมมือด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมระดับชุมชนต่อไปในอนาคต

การพัฒนาโครงการพลังงานและเทคโนโลยีทางเลือกที่ยั่งยืนระดับชุมชนมิใช้เพียงทำโครงการหรือกิจกรรมไปเรื่อยๆตามงบประมาณ ควรต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของบุคคลและสังคมด้วยซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการคิดอย่างเป็นระบบเชื่อมโยง (System thinking) เมื่อทำกิจกรรมพัฒนาใดๆก็ตามจะต้องมีความเชื่อมโยงจากระดับกิจกรรม (Activity) บูรณาการกิจกรรมย่อยๆเพื่อพัฒนาสู่โครงการ (Project) ทำการประมวลผลหลายๆโครงการเพื่อพัฒนาสู่ แผนงาน (Program) จนกระทั้งพัฒนาไปสู่การยกระดับการเพื่อการเปลี่ยนแปลง ระบบงาน (System) จึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง ตามกลยุทธ์การสร้างความยั่งยืนแผนพลังงานชุมชน กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตความเป็นอยู่ภาคประชาชนที่สามารถเชื่อมโยงมิติพลังงานเข้ากับมิติการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) สามารถยกระดับชุมชนจากผู้ใช้พลังงานเป็นผู้ผลิตพลังงาน หรือเป็นชุมชนแบ่งปันพลังงาน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาและส่งเสริมพลังงานชุมชนมีหลากหลายมิติ หลากหลายวิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยรัฐมีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาโครงการร่วมกับภาคประชาชน

การเสริมศักยภาพนักวางแผนพลังงานประจำจังหวัดและ อส.พน. แกนนำ ในฐานะพี่เลี้ยง จึงเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาโครงการให้มีความชัดเจน ทั้งหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และการบริหารงบประมาณ สามารถยื่นเสนอการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศดังนั้นทิศทางในอนาคตจึงควรให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ และบริหารงบประมาณด้วยตนเอง ตามศักยภาพการใช้พลังงานหมุนเวียนในท้องถิ่น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงาน คือ 1. เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ 2. เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่มากเกินไป 3. เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาเหตุของปัญหาโลกร้อน

คำถามยอดฮิต ที่ผู้ได้รับทุนสนับสนุนต้องตอบให้ได้

1.โครงการ ขนาดเล็กมีประสิทธิผล (Effective) แค่ ไหน ในการจัดการสิ่งแวดล้อม และแก้ไขปัญหาการทำมาหากิน และ วิถีชีวิตของชุมชน อย่างยั่งยืน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการขนาดกลาง และ ใหญ่ และ กับ โครงการขนาดเล็กของ รายอื่น ?

  1. โครงการขนาดเล็กได้มีการ ขยายผล ขยายพื้นที่ ขยายแนวคิด/การปฏิบัติ และ สร้างกระแสหลัก ไปขนาดไหนแล้ว มีปัจจัยอะไรบ้างที่หนุนเสริม หรือ เป็นอุปสรรค ?
  2. ระบบการติดตามประเมินผล และ จัดการความรู้ของ โครงการขนาดเล็ก ได้ทำให้มีการขยายผล ขยายพื้นที่ ขยายแนวคิด/การปฏิบัติ และ สร้างกระแสหลักของผลลัพธ์ของโครงการขนาดเล็กอย่างไร?
  3. โครงการขนาดเล็กได้มีส่วนในการปรับปรุง /เปลี่ยนแปลง ระบบการแก้ปัญหา การวางนโยบาย และระเบียบปฏิบัติเรื่องสิ่งแวดล้อม ในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ อย่างไร ?
  4. โครงการขนาดเล็ก ได้มีส่วนสร้างศักยภาพของเครือข่ายองค์กรประชาสังคม ให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนนโยบาย หรือแนวทางระดับท้องถิ่น และ ระดับชาติ ได้แค่ไหน ?

บทบาทพี่เลี้ยงของกระทรวงพลังงานกับการพัฒนาโครงการร่วมกับภาคประชาชน ก่อนที่จะพาชาวบ้านพัฒนาโครงการจึงต้องรู้จักแหล่งทุน และแนวทางการสนับสนุนของแหล่งทุนทั้งภายในและภายนอก เป็นทุนให้เปล่าหรือเป็นเงินกู้เพื่อการพัฒนา เงื่อนไขของการสนับสนุนครอบคลุมขอบข่ายการพัฒนาอะไรบ้าง ยกตัวอย่างทุนสนับสนุนกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) โครงการขนาดเล็ก (SGP) ขององค์การสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา (UNDP) จะให้การสนับสนุน ๕ ขอบข่าย คือ ความหลากหลายทางชีวภาพ  (Biodiversity)การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ (Climate Change) ดินเสื่อมโทรม( Land  Degradation) แหล่งน้ำสากล( International Water)สารมลพิษออกฤทธิ์ยาวนาน และสารเคมี เป็นต้น

อบต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นอีกชุมชนชนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัด เป็นพี่เลี้ยงในการขอทุนสนับสนุนจากภายนอกและบูรณาการทุนร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อขยายงานด้านพลังงานชุมชนภายในตำบล ที่โดดเด่นที่สุดคือการขยายผลบ่อหมักก๊าซชีวภาพจากขยะเศษอาหารและมูลสัตว์ สามารถบูรณาการทุนสนับสนุนต่างๆจากภายในและภายนอกประเทศเข้ามาขยายงาน เช่นการสนับสนุนจากสำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร งบประมาณกองทุนอนุรักษ์พลังงาน สสส. กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก โครงการทุนสนับสนุนขนาดเล็กโดยตรง (DAP – Direct Aid Program) เป็นงบประมาณที่จัดสรรตามนโยบายโครงการช่วยเหลือของรัฐบาลออสเตรเลีย

 อีกตัวอย่างที่น่าสนใจนั่นคือ กลุ่มวิสาหกิจยะลาไบโอดีเซลกับความสำเร็จในการต่อยอดกิจกรรมพลังงานทดแทนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการใน 3 จังหวัดภาคใต้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยะลาไบโอดีเซล กลุ่มคนเล็กๆแต่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ดำเนินโครงการพลังงานทดแทน โดยน้อมนำโครงการตามแนวพระราชดำริฯด้านพลังงานทดแทนไบโอดีเซลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนานนับ 10 ปี จากการทำงานที่ทุ่มเทผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมส่งผลให้ได้รับทุนสนับสนุนต่อยอดเพื่อการพัฒนาจากสถานเอกอัคราชฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จำนวนกว่า 690,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการทุนสนับสนุนขนาดเล็กโดยตรง (DAP – Direct Aid Program) เป็นงบประมาณที่จัดสรรตามนโยบายโครงการช่วยเหลือของรัฐบาลออสเตรเลีย ได้รับการจัดการโดยกระทรวงการต่างประเทศและการค้าประเทศออสเตรเลีย โครงการทุนสนับสนุนโดยตรงนี้มุ่งส่งเสริมโครงการด้านการพัฒนาให้แก่ประเทศต่างๆที่อยู่ในเกณฑ์ประเทศผู้มีสิทธ์ได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA – Official Development Assistance) ที่มุ่งเน้นถึงผลลัพธ์ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมเป็นสำคัญ อีกทุนที่กลุ่มได้รับการสนับสนุนคือ ทุนจากโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในภาคใต้ของประเทศไทย Southern Thailand Empowerment and Participation (STEP) โดยมีวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นภาคีร่วมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของผู้หญิงในชุมชน วางแผนเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความยึดเหนี่ยวทางสังคมผ่านกิจกรรมให้กับกลุ่มคนพิการในชุมชนเพื่อนำร่องภายในจังหวัดยะลา จำนวน 204,000 บาท รวมจำนวนเงินทั้งสองทุนกว่า 890,000 บาท

โดยชุมชนจะได้รับผลประโยชน์จากทุนที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้คือ
1.ผู้พิการในพื้นที่.3จังหวัดภาคใต้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการน้อมนำโครงการตามแนวพระราชดำริฯด้านพลังงานทดแทนไบโอดีเซล.
2.ผู้พิการได้ภูมิใจในตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน.
3.ผู้พิการมีความภูมิใจที่ได้เป็นเสมือนฮีโร่พิทักษ์โลกและบ้านเมืองในการรักษาสิ่งแวดล้อมในการรวบรวมเศษน้ำมันจากการปรุงอาหารที่ใช้แล้วไม่ให้เททิ้งลงแม่น้ำลำคลองเนื่องจากเป็นขยะมลพิษซึ่งกำจัดได้อยากทำลายสิ่งแวดล้อมแต่ผู้พิการเอากลับมาเป็นประโยชน์และมีรายได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งพี่เลี้ยงต้องวิเคราะห์ร่วมกับชุมชนว่าโครงการที่จะขอสนับสนุนสอดคล้องกับขอบเขตการพัฒนาด้านไหนที่แหล่งทุนต้องการ และเมื่อทราบเงื่อนไขความต้องการของแหล่งทุนแล้ว ขั้นตอนต่อไปพี่เลี้ยงต้องชวนชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการโดยร่วมกัน ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และลงมือเขียนโครงการโดยต้องมีความชัดเจนของความเป็นมา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย โดยการวัดผลความสำเร็จจากการนำผลที่คาดว่าจะได้รับมาเป็นตัวตั้ง ร่วมกับชุมชนในการตอบคำถามสำคัญในการพัฒนาโครงการว่าเหตุใดต้องทำโครงการนี้? โครงการนั้นต้องทำอะไรบ้าง ? รายละเอียดแต่ละขั้นตอนทำอย่างไร ? และทราบได้อย่างไรว่าบรรลุผล โดยชาวบ้านต้องเตรียมตัวตอบคำถามจากแหล่งทุนด้วยตนเอง

สิ่งสำคัญอีกประการในการสร้างความยั่งยืนของโครงการคือการพัฒนากองทุนหมุนเวียนพลังงานชุมชนครบวงจรไม่ว่าชุมชนจะได้ทุนสนับสนุนทุนแบบให้เปล่าหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปสนับสนุนเทคโนโลยีตั้งต้น ก็ควรบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดรายได้ มีการตั้งกองทุนบริหารจัดการให้เติบโต คงอยู่ หมุนเวียนเพื่อนำไปใช้กับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ขยายผลสู่สมาชิก เช่น การลงทุนกับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพื่อลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ การนำเงินไปซ่อมบำรุงฟื้นฟูระบบจากนั้นสมาชิกก็จะนำเงินจากกลุ่มมาคืน หมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เชื่อมโยงสู่การจัดสวัสดิการชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตอย่างครบวงจร

กิจกรรมนี้เป็นอีกความหวังหนึ่ง ที่กระทรวงพลังงานมอบหมายหน้าที่ให้ข้าราชการประจำสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงที่เดินเคียงข้างให้คำปรึกษาชุมชน ช่วยกันให้ข้อมูลและแนวทางที่ถูกต้องในการพัฒนาโครงการภาคประชาชน ให้สามารถของบประมาณสนับสนุนและบริหารจัดการเองได้ด้วย

ตนเอง เป็นแนวทางสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนของงานพัฒนาภาคประชาชนอย่างแท้จริง

 ตัวอย่างแหล่งทุนสำหรับงานพัฒนาภาคประชาชน

  1. แผนสนับสนุนโครงการขนาดเล็กโดยชุมชน ของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ประจำ ประเทศไทย (Global Environment Facility’s Small Grants Programme เปิดรับ แนวความคิดโครงการ (Concept Paper) จากองค์กรชุมชน องค์กรประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีความพร้อม และ แนวทางในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น และ มีส่วนส่งผลถึงสิ่งแวดล้อมระดับโลก วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 50,000 เหรียญสหรัฐ ติดต่อแผนสนับสนุนโครงการขนาดเล็กโดยชุมชน กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก GEF Small Grants Programme ชั ้น 12 ตึกองค์การสหประชาชาติ  ถนนราชดำเนินนอก  กรุงเทพฯ 10200: โทร: 02 304-9100 ต่อ 1820, 2131, 2613 โทรสาร:  02 280 4294 
  1. ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (จีจีพี) The Government of Japan Grant Assistance for Grassroots Human Security Projects (GGP)ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของ มนุษย์ (จีจีพี) นับเป็นส่วนหนึ่งใน Official Development Assistance (ODA) Scheme (ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ หรือโอดีเอ) ได้เริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2532 เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนารัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่องค์กรที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร ที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านการพัฒนาสังคมในประเทศไทย จีจีพีให้การสนับสนุนแก่โครงการพัฒนาในระดับย่อยอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนในระดับรากหญ้าโดยตรงจำนวนเงินสนับสนุนโดยหลักการแล้ว จำนวนเงินสนับสนุนที่ให้ในแต่ละโครงการเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 10 ล้านเยน (ประมาณ 3,000,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้สูงสุดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านเยน แก่โครงการที่ได้รับผลกระทบอย่างมากทางด้านความมั่นคงของมนุษย์  ติดต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบให้เปล่า เพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ : gassroot-bg@bg.mofa.go.jp

  1. ทุนสนับสนุนทุนโครงการ “ประเภทโครงการ เปิดรับทั่วไป”

สำนักงากองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.เปิดรับข้อเสนอโครงการสร้างเสริมสุขภาพ โดยกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาตามขนาดวงเงินที่เสนอ 150,000- 500,000 บาท  เป็นโครงการสร้างเสริมสุขภาพในประเด็นสุขภาพที่ สสส. ให้ความสำคัญ และเป็นโครงการที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่ต้องการทดสอบต้นแบบ หรือใช้กลวิธีใหม่ๆ โดยใช้ฐานความรู้และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   มีโอกาสยั่งยืนเมื่อทุน สสส. หมดลง และหวังผลระยะยาวที่มุ่งเน้นข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งข้อ ดังต่อไปนี้  1.เพิ่มความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตสู่สุขภาพดีของกลุ่มเป้าหมาย 2.สร้างกฎ กติกา ข้อตกลง หรือ นโยบาย ด้านสร้างเสริมสุขภาพ ที่ชุมชนหรือองค์กรร่วมกันกำหนดและมีการปฏิบัติตามจริงจัง 3.เป็นโครงการนำร่องและสามารถใช้เป็นต้นแบบหรือแบบอย่างสำหรับชุมชนอื่นๆ ได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  :สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก 6)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพอาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร 0-2343-1500  ต่อ 1602 – 1609 โทรสาร 0-2343-1501  www.thaihealth.or.th

๔. สถานทูตออสเตรเลีย ทุนสนับสนุนโดยตรง (Direct Aid Program – DAP)  ทุนสนับสนุนโดยตรงเป็นทุนขนาดเล็กซึ่งจัดสรรจากแผนงานเพื่อการช่วยเหลือของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยมุ่งส่งเสริมโครงการด้านการพัฒนาในประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โครงการที่นำเสนอเพื่อขอรับทุน ควรสามารถส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านมนุษยธรรมหรือด้านการพัฒนา และ/หรือ เป็นโครงการที่มีส่วนช่วยสร้างเสริมศักยภาพแก่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ ผู้ที่สามารถขอรับทุนนี้ ได้แก่ บุคคล องค์กร ชุมชน และกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการพัฒนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยไม่แสวงหาผลกำไร และจะต้องไม่เป็นองค์กรที่ดำเนินงานในเชิงพาณิชย์และต้องเป็นองค์กรที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ ภายใต้กรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ของรัฐบาลไทย และกรอบยุทธศาสตร์การให้ความช่วยเหลือและนโยบายของทุนสนับสนุนโดยตรงของรัฐบาลออสเตรเลีย ทุนสนับสนุนโดยตรงสำหรับประเทศไทยจะให้ความสำคัญแก่โครงการในด้านต่างๆดังต่อไปนี้

๑) การพัฒนาด้านสาธารณสุข ๒.) การสนับสนุนโรงเรียน/การศึกษา ๓.) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับเล็ก
๔.) การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการพัฒนาบทบาทสตรี ๕.) การส่งเสริมให้ผู้ทุพพลภาพสามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆอย่างเท่าเทียม ๖.) การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพแก่องค์กร และส่งเสริมการพัฒนาในชนบท ๗.) การตอบสนองในการบรรเทาภัยพิบัติ ๘.) การรักษาสิ่งแวดล้อม ๙.) การเสริมสร้างศักยภาพในด้านการปกครอง การกระจายอำนาจ และสิทธิมนุษยชน

โครงการที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับทุนสนับสนุนในวงเงินประมาณ 100,000 – 750,000 บาท ทั้งนี้ โครงการจะต้องดำเนินการและทำการรายงานสรุปผลให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม 2560 โครงการอาจได้รับการพิจารณาขยายกรอบเวลาสิ้นสุดตามเหตุผลอันสมควร โดยคณะกรรมการสามารถพิจารณาให้การสนับสนุนเงินทุนภายใต้กรอบเวลาสองปี โดยจะพิจารณาเป็นกรณีไป

การสมัครขอรับทุนสนับสนุนโดยตรงนี้จะต้องสอดคล้องกับเอกสาร ‘แนวทางปฏิบัติเพื่อขอรับทุนสนับสนุนโดยตรงการส่งใบสมัครจะต้องส่งแบบระบบออนไลน์เท่านั้น สมัครได้ที่ https://dap.smartygrants.com.au/BNK2016-1

๕.งบประมาณจาก สำนักงานนวตกรรมแห่งชาติ สนช. (NIA) โครงการนำร่องด้านพลังงานทดแทนและการจัดการของเสียของชุมชน

ซึ่งเป็นแนวคิดในการใช้นวัตกรรมด้านพลังงานลงสู่สังคมชุมชนอย่างให้มีเสถียรภาพ เพื่อให้เกิด “Eco village” ซึ่งสามารถพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง องค์กรที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินเพื่อนำไปสร้างต้นแบบการใช้งานจริงในพื้นที่ ตามหลักเกณฑ์ที่ สนช. กำหนด ภายในระยะเวลา 12 เดือนของการดำเนินงานจะได้ข้อสรุปและข้อเสนอแนะในการขยายผลแนวคิด เทคโนโลยี โอกาสทางสังคมและธุรกิจไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

หัวข้อของข้อเสนอโครงการที่เปิดรับ

  1. การผลิตพลังงานทดแทนที่ส่งผลต่อภาคสังคมและการมีส่วนร่วมของชุมชน
    2. การบริหารจัดการพลังงานทดแทนของชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
    3. การบริหารจัดการขยะและของเสียภายในชุมชน
    4. การบริหารจัดการระบบสุขภิบาลและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน

“โครงการการขยายผลนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation Diffusion)” ที่เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อรับทุนสนับสนุนใน 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) ระบบอบแห้ง (ลดการใช้พลังงาน) สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน 2) การกำจัดขยะชุมชนด้วยเทคโนโลยีพลังงานความร้อน และ 3) นวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมสีเขียว

๖.ชุมชนประชารัฐสีชมพู โครงการประกวด ชุมชนประชารัฐออมสินสีชมพู โครงการที่ริเริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า “ประชาคิด ออมสินส่งเสริม ประชาเริ่ม ออมสินร่วมสร้าง” อันหมายถึง พื้นฐานชุมชนจะเข้มแข็งได้ ย่อมเกิดจากความริเริ่มอยากพัฒนาของชุมชนเอง เมื่อก่อเกิดแนวคิด ก็จะนำไปสู่การมุ่งพัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ตามยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” ของรัฐบาล

๗. ทุนเพื่อการพัฒนาชุมชน สถานทูตแคนาดา

ดาวน์โหลดใบสมัคร : https://drive.google.com/…/1Sfn7Dm9zomaNEj0mJJs-U3yKXsU7MFxM

คำอธิบายโครงการ: สถานทูตแคนาดาในประเทศไทยและสำนักงานด้านการทูตของแคนาดาในกัมพูชาและลาวมีความยินดีที่จะเปิดรับข้อเสนอโครงการประจำปี: ทุนแคนาดาเพื่อการริเริ่มท้องถิ่น (CFLI)โปรแกรมดังกล่าวซึ่งบริหารจัดการโดยตรงโดยสถานทูตแคนาดามุ่งเน้นให้ทุนขนาดเล็กกับโครงการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ สร้างผลกระทบสูง โครงการเหล่านี้ต้องเป็นโครงการที่ออกแบบและดำเนินการในท้องถิ่น ซึ่งสามารถตอบรับกับความต้องการและความสนใจในท้องถิ่น

หัวข้อที่ให้ความสำคัญ:โครงการที่จะได้รับการพิจารณาจะต้องอยู่ภายใต้หัวข้อที่ชี้แจงไว้หัวข้อใดหัวข้อหนึ่งหรือมากกว่า 1 หัวข้อประเทศไทย : หัวข้อที่ให้ความสำคัญสำหรับประเทศไทย ในปี 2561-2562

  1. ความเท่าเทียมทางเพศและการเพิ่มพลังและบทบาทของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง
  2. การปกครองอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งครอบคลุมความหลากหลาย ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม
  3. สิ่งแวดล้อมและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ มุ่งเน้นด้านการปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบและรวมไปถึงการ

จัดการน้ำ

เงินทุนที่จะมอบให้:เงินทุนโดยเฉลี่ยต่อโครงการจะอยู่ที่ 15,000-30,000 ดอลลาร์แคนาดา (เงินทุนสูงสุดต่อโครงการคือ 50,000 ดอลลาร์แคนาดา) โปรดคำนวณค่าเงินดังกล่าวในสกุลเงินท้องถิ่น เงินทุนทั้งหมดจะเป็นสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

เงื่อนไขของโครงการ: โครงการทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นในระหว่างวันที่เซ็นข้อตกลงการรับทุนจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 วันที่เซ็นข้อตกลงการรับทุนของโครงการที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้คาดว่าจะอยู่ภายในเดือนกรกฎาคม 2561

            ใครคือผู้มีคุณสมบัติในการยื่นข้อเสนอโครงการ?

องค์กรและสถาบันที่สามารถส่งข้อเสนอโครงการที่จะดำเนินการในกัมพูชา ลาว หรือประเทศไทย มีดังนี้:

  1. องค์กรท้องถิ่นที่ไม่แสวงหาผลกำไร ชุมชน และองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ,2. สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นที่ทำโครงการในชุมชน,
  2. หน่วยงาน องค์กร และสถาบันระดับภูมิภาค ระหว่างรัฐบาล ระหว่างประเทศ และระดับพหุภาคีที่ทำกิจกรรมด้านการพัฒนาท้องถิ่น,4. สถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐในระดับเทศบาล ระดับชาติหรือระดับภูมิภาค ของประเทศผู้รับทุนที่ดำเนินโครงการในระดับท้องถิ่น และ5. องค์กรของแคนาดาที่ไม่แสวงหาผลกำไรและที่ไม่ใช่ของรัฐที่ทำกิจกรรมด้านการพัฒนาท้องถิ่นผ่านสำนักงานท้องถิ่น
    เงินทุนส่วนใหญ่จะมอบให้กับองค์กรภาคประชาสังคม (รวมถึงองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ) ที่ทำงานในกัมพูชา ลาว และไทย หน่วยงานอื่น ๆ เช่นหน่วยงานราชการและองค์กรระหว่างประเทศ ระหว่างรัฐบาล ระดับพหุภาคี และระดับภูมิภาคสามารถสมัครขอทุนดังกล่าวได้หากเป็นองค์กรที่ทำงานกับพันธมิตรในท้องถิ่นและเป็นโครงการในระดับท้องถิ่นที่สอดคล้องกับประเด็นที่ผู้ให้ทุนให้ความสำคัญ

คำถามเกี่ยวกับกระบวนการสมัคร กรุณาติดต่อผู้ประสานงานทุนแคนาดาเพื่อการริเริ่มท้องถิ่น (CFLI) ที่อีเมล canadafund.bkk@gmail.com