ชีวิต Off Grid การจัดการสมดุลพลังงานเพื่อความพอเพียง

ชีวิต Off Grid การจัดการสมดุลพลังงานเพื่อความพอเพียง

ชุมชนในพื้นที่สายส่งเข้าไปไม่ถึงส่วนใหญ่ก็จะมีการใช้โซล่าเซลในระดับครัวเรือนหรือที่เรียกว่า “Solar home”ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือลงทุนติดตั้งเอง โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลจะถูกชาร์จเก็บไว้ในแบตเตอรี่จากนั้นจึงนำไปใช้กับระบบแสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งมีทั้งระบบกระแสตรง DC และกระแสสลับ AC ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหลอดไฟ ทีวี พัดลม สำหรับตู้เย็นยังไม่แพร่หลายด้วยการลงทุนที่ค่อนข้างสูงเกี่ยวกับอุปกรณ์ การใช้ชีวิตในพื้นที่สายส่งเข้าไม่ถึงด้วยการผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านแผงโซล่าเซล หรือเรียกว่า “ชีวิต Off Grid” โดยเฉลี่ยชั่วโมงแสงแดดที่เหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าของเมืองไทยอยู่ที่ประมาณ 4.5-5 ชม.ต่อวัน แต่เมื่อเข้าฤดูฝนชั่วโมงแสงแดดจะลดลงเพราะถูกเมฆฝนบดบังซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่เพื่อใช้ในยามค่ำคืน ชีวิตมนุษย์โซล่าเซลนอกจากต้องผลิตจัดหาพลังงานใช้เองแล้วยังต้องฝึกฝนตนเองให้มีวินัยในการจัดความต้องการใช้ให้เหมาะสมกับการผลิตพลังงานที่มีจำกัด นั่นคือหลักการ Supply-Side Management (SSM) คือ การวางแผน จัดหาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ และด้าน Demand-Side Management (DSM) คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าให้สมดุลกับการผลิตไฟฟ้า ด้วยวิธีการบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้า นั่นเอง
โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือถ้าชั่วโมงแสงแดดลด ก็ต้องปรับพฤติกรรมจำกัดชั่วโมงการใช้ในช่วงกลางคืนตามหลัก DSM หรือการจัดหาหรือสำรองพลังงานเพิ่มไว้ในวันที่ไม่มีแดดตามหลัก SSM ด้วยการเพิ่มแบตเตอรี่หรือนำพลังงานชนิดอื่นมาผสมผสานแต่ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายของระบบที่เพิ่มสูงขึ้น ยกตัวอย่างการจำกัดการใช้แบตเตอรี่อยู่ที่ 40-50% ของประสิทธิภาพ 
(แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด) ในวันปกติ เมื่อเกิดสถานการณ์ยามฉุกเฉินหรือในวันที่ไม่มีแสงแดดเราก็จะสามารถดึงไฟที่เหลือจากการประหยัดของเรามาใช้ได้ หรือพื้นที่มีชั่วโมงแสงแดดหรือความเข้มแสงเฉลี่ยน้อยก็จำเป็นต้องเพิ่มแผง หรือเลือกชนิดที่มีความไวแสง เพื่อให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มพอใช้ต่อวัน แต่ถ้ามีการใช้เต็มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่ 80% ในวันปกติ ก็จะทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นและไม่มีไฟเหลือสำรองในวันที่ไม่มีแดด แบตเตอรี่สำรองไฟในระบบ Off Grid เป็นจุดอ่อนสำคัญที่กระทบกับการใช้และการลงทุน โดยค่าลงทุนแบตเตอรี่คิดเป็น 50% ของต้นทุนการติดตั้งระบบทั้งหมด ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสัมพันธ์กับรอบการเปลี่ยนแบตเตอรี่หากรีดแบตเตอรี่ 80% คือใช้เกลี้ยงทุกวัน เปรียบเทียบกับใช้ไม่เกิน 40%ต่อวัน จากที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 1-2 ปี ก็เพิ่มเป็น 3-4 ปีโดยประมาณ แต่ถ้าอยากมีชั่วโมงการใช้เท่าเดิมและไม่ต้องการใช้แบตเตอรี่จนเกลี้ยงลูกต้องเผื่อแบตเตอรี่เพิ่มอีกก็จะกระทบกับการลงทุน ถ้าไม่เพิ่มแบตเตอรี่แต่อยากให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานก็ต้องจำกัดชั่วโมงการใช้หรือใช้แบบผสมผสานร่วมกับเครื่องปั่นไฟน้ำมัน แก๊สชีวภาพ หรือกังหันลม โดยคำนึงถึงศักยภาพในพื้นที่และความสามารถในการจ่ายค่าพลังงาน รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์ส่วนควบที่มีประสิทธิภาพ เช่น ใช้คอนโทรลชาร์จแทนการชาร์จตรงเพราะจะช่วยป้องกันการชาร์จเกินซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่เกิดความเสียหายได้ จะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆมีความสัมพันธ์กับการออกแบบการใช้งานของระบบทั้งหมด พื้นที่แดดน้อยก็ต้องลงทุนจำนวนแผงมากกว่า สำรองแบตเตอรี่มากกว่า ต้องจำกัดชั่วโมงการใช้ เป็นต้น
จะเห็นว่ามนุษย์โซล่าเซล การใช้ชีวิตแบบ Off Grid จึงต้องมีการคิด วิเคราะห์วางแผนชีวิตให้สัมพันธ์กับธรรมชาติที่ไม่แน่นอนของพลังงานทดแทน การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งการปรับพฤติกรรมมีการประหยัดลดการใช้ที่ไม่จำเป็น มีการจัดการบนพื้นฐานชีวิตพอเพียง พลังงานเพียงพอโดยหากมีการบริหารจัดการพลังงานที่ดี จะผ่านพ้นวิกฤตไฟฟ้าไม่พอใช้ไปได้