ตราสัญลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน

“ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน”ตราสัญลักษณ์ที่นำไปใช้งานบนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วม โครงการกับกระทรวงพลังงาน ที่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือการแปรรูป โดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับตราสัญลักษณ์ฯ จะต้องสามารถลดการใช้พลังงานหรือ ประหยัดเงินค่าพลังงาน จากเดิมลงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 หรือสามารถลดระยะเวลาการแปรรูป จากเดิมลงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 หรือใช้พลังงานหมุนเวียนแทนพลังงานฟอสซิล เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการลดการใช้พลังงานในกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ของชุมชน ปัจจุบันมีการดำเนินงานส่งเสริมไปแล้วประมาณ 188 กลุ่ม ทำให้เกิดการลดการใช้พลังงานมากกว่า 5 ล้านบาท/ปี โดยตราสัญลักษณ์ต้องสามารถสื่อความหมายตามหัวข้อ “สัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  สวยงาม จดจำง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง และสอดคล้องกับ LOGO กระทรวงพลังงาน” ดาวน์โหลด LOGO AI : https://drive.google.com/file/d/1N62W-31XVpd1ziqJtRfHhPXmv4C0mRNt/view?usp=sharing

ผลงานที่ชนะการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน”
ชื่อผลงานการประกวด Reduce Nergy โดย นางสาวธัญชนก ศิรนันทสกุล
แนวความคิด 
Reduce คือการลด Nergy มาจากคำว่า Energy โดยการตัด E หน้า Energy ออก เพื่อไม่ให้มีคำอ่านที่นำหน้าว่า End (สิ้นสุด) ของพลังงานซ่อนอยู่
ในส่วนของการออกแบบได้นำสัญลักษณ์กระทรวงพลังงานมาดัดแปลง เพื่อให้ โลโก้มีกลิ่นอายไม่หลุดจากความเป็นกระทรวงพลังงาน ซึ่งนำมาใช้เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ชุมชนมาผสมผสานกับพลังงานสีเขียวในลักษณะห้อมล้อมกัน หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความมุ่งมั่นในการตัดลดทอนการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตแปรรูป
ทั้งนี้ ผลงาน Reduce Nergy โดย นางสาวธัญชนก ศิรนันทสกุล ที่ชนะการประกวด จะถูกนำไปใช้งานบนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการกับกระทรวงพลังงาน และจัดแสดงในงานมหกรรมตลาดนัดพลังงานชุมชน “10 ปี พลังงานชุมชน” 4 จังหวัด ในทั่วทุกภูมิภาค โดยภายในงานจะมีการแสดงผลงานความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีพลังงานชุมชน ที่ใช้ได้ผลแล้วจริง เหมาะสมตามบริบทของแต่ละภูมิภาค เป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาของผู้สนใจเกี่ยวกับความรู้ด้านพลังงาน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการพลังงานในครัวเรือน ลดต้นทุนการผลิตในภาคการเกษตร และวิสาหกิจชุมชน 
การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 2559
วิสาหกิจลดใช้พลังงานเป็นการแก้ไขปัญหากลุ่มอาชีพขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ การเปลี่ยนแปลงไม่เพียงเกิดผลดีในเชิงเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ยังส่งผลดีเชื่อมโยงในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน เกิดเศรษฐกิจพอเพียง พลังงานพียงพอ ชีวิตพอดี ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ใส่ใจและให้คุณค่าในทุกมิติของสังคม https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1285447364798702&type=3
วิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงาน ประหยัดได้กว่าร้อยละ 50 เฉลี่ยกลุ่มละ 38,515 บาทต่อปี 
เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี 2549-2560 ที่นโยบายเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบล โดยสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กระทรวงพลังงาน สร้างต้นแบบความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานพลังงานจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และอาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) ให้ประชาชนในพื้นที่ มีแผนการจัดการและพัฒนาพลังงานทดแทนจากฐานทรัพยากร หรือเศษวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในชุมชน ผลิตพลังงานบนฐานภูมิปัญญาชาวบ้าน การสร้างความมั่นคงจากหลากหลายของแหล่งพลังงาน สามารถนำความรู้สากลมาปรับใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ความสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างแรงงานท้องถิ่น สร้างเทคโนโลยีท้องถิ่นแทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากภายนอก ใช้พลังงานสะอาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดโลกร้อน ผ่านโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงาน โดยจะเน้นสำรวจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดจิ๋วของชุมชน (SMCE -Small and Micro Community Enterprise) เพื่อลด “ต้นทุนพลังงาน” ในกระบวนการผลิตของชุมชน ที่มีการใช้พลังงานสิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเป็นไฟ้ฟ้า ฟืน ถ่าน LPG ในกระบวนการทอด นึ่ง อบแห้ง คั่ว ต้ม กลั่น แล้วทำการแก้ไขโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ผลการดำเนินงานจากกลุ่มวิสาหกิจลดใช้พลังงานทั่วประเทศผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ สามารถประหยัดเฉลี่ยรวมได้กว่าร้อยละ 50 เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการลดต้นทุนด้านพลังงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 โดยเฉลี่ยต่อกลุ่มวิสาหกิจจะสามารถประหยัดพลังงานในกระบวนการผลิตได้กว่า 38,515 บาทต่อปี 
ยกตัวอย่างกลุ่มวิสาหกิจลดใช้พลังงานที่มีผลงานโดดเด่นดังนี้
1.) การลดใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต (เทคโนโลยีเตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดประหยัดพลังงาน) กลุ่มวิสาหกิจเพาะเห็ดบ้านหนอง ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้ทำการปรับเปลี่ยนเตานึ่งเห็ดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้วัสดุและแรงงานช่างฝีมือในชุมชน เดิมก่อนปรับปรุงจะใช้ฟืนในการนึ่งเห็ด 1,200 กิโลกรัมต่อเดือน คิดเป็นเงินกว่า 6,000 บาทต่อเดือน หลังจากเปลี่ยนมาใช้เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดประสิทธิภาพสูง การใช้ฟืนลดลงเหลือเพียง 100 กิโลกรัมต่อเดือน คิดเป็นเงินเพียง 500 บาท สามารถลดต้นทุนค้าเชื้อเพลิงได้ 5,500 บาทต่อเดือน หรือประหยัดพลังงานได้กว่ากว่าร้อยละ 91.7 
2.) วิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงาน กลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น ต.คลองวัว อ. เมือง จ. อ่างทอง ได้ปรับเปลี่ยนจากตู้อบไฟฟ้ามาเป็นโรงอบแห้งแสงอาทิตย์ ซึ่งยังคงคงคุณสมบัติความสะอาดปลอดภัย ประหยัดเนื้อที่ ไว้เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือสามารถประหยัดพลังงานได้อีกด้วย โดยก่อนปรับปรุง จะใช้ไฟฟ้า 4,500 หน่วยต่อปี 18,000 บาทต่อปี หลังปรับปรุง ใช้ไฟฟ้าเพียง 2,400 หน่วยต่อปี 9,600 บาทต่อปี โรงอบแห้งแสงอาทิตย์สามารถลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าในกระบวนการอบแห้งได้กว่า 2,100 หน่วยต่อปี คิดเป็นเงินกว่า 8,400 บาทต่อปี หรือประหยัดพลังงานได้กว่ากว่าร้อยละ 53 
3.) กลุ่มวิสาหกิจย่างปลา ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ผู้ย่างปลาจากเดิมที่ย่างปลาระบบเปิดนอกจากสิ้นเปลืองเพราะการสูญเสียความร้อนจากรอบทิศทางแล้ว ผู้ประกอบการต้องทนกับความร้อน ฝุ่นขี้เถ้า ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและความสะอาดของผลผลิต ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้เตาย่าง ประสิทธิภาพสูง ประหยัดฟืน ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุนในการผลิต ผลิตภัณฑ์มีความสะอาดปลอดภัยต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการย่างปลา โดยสามารถลดเชื้อเพลิงฟืนและประหยัดเวลาได้กว่าร้อยละ 50 คิดเป็นเงินกว่า 18,000 บาทต่อปี ลดรายะเวลาลดได้จาก 6 ชั่วโมง เหลือ 3 ชั่วโมงต่อครั้ง
วิสาหกิจลดใช้พลังงานเป็นการแก้ไขปัญหากลุ่มอาชีพขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ การเปลี่ยนแปลงไม่เพียงเกิดผลดีในเชิงเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ยังส่งผลดีเชื่อมโยงในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน เกิดเศรษฐกิจพอเพียง พลังงานพียงพอ ชีวิตพอดี ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ใส่ใจและให้คุณค่าในทุกมิติของสังคม