ทิศทางพลังงานชุมชน ปี 2561 ผลักดัน 5 เป้าหมาย


พลังงานชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
🐷🐮🐓🐻🐯🐼🐵🐍🐑🐰🐹🐁🐢
นโยบายกระทรวงพลังงานผ่านโครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบล และวิสาหกิจชุมชน ปีงบประมาณ 2561 โดยสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนสำหรับการบริหารจัดการการพลังงานแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ
1. เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานในกระบวนการผลิต 25 % ของผลิตภัณฑ์ชุมชน/SME/อุตสาหกรรมในครัวเรือน/กลุ่มวิสาหกิจโดยการส่งเสริม สนับสนุนและส่งมอบอุปกรณ์ในการประหยัดพลังงานกับกลุ่มเป้าหมาย
2. เพื่อพัฒนาศักยภาพ ประชาคมและประชาชน ในพื้นที่เป้าหมาย สำหรับเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านพลังงานอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่
3. เพื่อกระตุ้นและปลูกฝังความรู้ด้านพลังงาน ให้มีการตระหนักถึงคุณค่า ร่วมรักษา พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีอันจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยการส่งเสริม สนับสนุนและส่งมอบอุปกรณ์ในการลดใช้พลังงานและเพิ่มขึ้นการใช้พลังงานทดแทนกับกลุ่มเป้าหมาย
โดยทิศทางพลังงานชุมชน ประจำปี 2561 จะมุ่งเน้นดำเนิน กิจกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน เพื่อตอบสนองต่อแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและการประหยัดพลังงาน โดยปีนี้สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ อาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) ร่วมกันจัดทำแผนพลังงานผ่านงบประมาณแผ่นดินและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งหมด 5 เป้าหมาย ดังนี้
• เป้าหมายที่ 1) จำนวน 10 แห่ง โครงการเตรียมความพร้อมสร้างนักวิจัยชุมชนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตพลังงานขนาดเล็กประเภทชีวภาพ ชีวมวล เพื่อการผลิตไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงเขียว จะเน้นสร้างทีมนักสำรวจ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล จากภาคประชาชนให้สามารถทำรายงานผลการศึกษาเบื้องต้น ไปพัฒนาต่อยอดสู่การขอทุนสนับสนุนกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตพลังงานในท้องถิ่น
• เป้าหมายที่ 2) จำนวน 76 แห่ง โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงาน จะเน้นสำรวจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดจิ๋วของชุมชน (SMCE -Small and Micro Community Enterprise) เพื่อลด “ต้นทุนพลังงาน” ในกระบวนการผลิตของชุมชน ที่มีการใช้พลังงานสิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ฟืน ถ่าน LPG ในกระบวนการทอด นึ่ง อบแห้ง คั่ว ต้ม กลั่น แล้วทำการแก้ไขโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ตั้งเป้าหมายในการลดต้นทุนด้านพลังงานในกระบวนการผลิตไม่น้อยกว่า ร้อยละ 25
• เป้าหมายที่ 3) จำนวน 76 แห่ง โครงการ“ชุมชนเมืองประหยัดพลังงานไฟฟ้า “เพื่อสร้างความรู้และจิตสำนึกในการใช้ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างแรงจูงใจ ในการดำเนินกิจกรรมด้านการประหยัดพลังงานผ่านเครือข่ายอาสาสมัครพลังงานในพื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อลดการใช้ พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนต้นแบบ 10 %
• เป้าหมายที่ 4) จำนวน 96 แห่ง การส่งเสริมโรงอบแห้งเพื่อแปรรูปสินค้าวิสาหกิจเพิ่มคุณภาพ ลดระยะเวลา เพิ่มผลผลิต โดยชุมชนต้องมีการสมทบในสัดส่วน (ส่วนราชการ 70% : ชุมชนสมทบ 30% ในส่วนของการก่อสร้างพื้นหรือราวตากวัสดุ)
• เป้าหมายที่ 5) จำนวน 24 แห่ง การสร้างต้นแบบโรงเรียนจัดการพลังงานชุมชน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในโรงเรียนผ่านเทคโนโลยีที่เหมาะสม การอนุรักษ์พลังงาน และพัฒนาสู่หลักสูตรการเรียนการสอนการพัฒนาฐานการเรียนรู้เชิงประจักษ์ในโรงเรียน
ปัจจุบัน โครงการวางแผนพลังงานชุมชน : Local Energy Planning (LEP) 2549 – 2560 ได้สร้างอาสาสมัครพลังงานชุมชน (อสพน.) จำนวนกว่า 6,042 คน โดย อสพน. คือประชาชนที่มีจิตอาสาทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน ในการขับเคลื่อน และพัฒนาพลังงานไทย ด้วยแนวคิด รู้-รักษ์-ตระหนัก-สร้าง กระจายในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยพัฒนาตนเองต่อยอดไปสู่นักวิจัยพลังงาน 380 คน ช่างเทคโนโลยีพลังงานชุมชน 172 คน นักสื่อสารพลังงาน 2,879 คน วิทยากร 514 คน และได้สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน จำนวน 1,676 ชุมชน ก่อเกิดแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงาน 210 แห่ง เกิดอาชีพด้านพลังงานที่ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีพลังงานระดับชุมชนจำนวน 172 แห่ง สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงาน 56 สร้างโอกาสพัฒนาต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงานกว่า 188 กลุ่ม สามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานได้ 5 ล้านบาทต่อปี และลดจากการประหยัดพลังงานของบ้านตัวอย่างได้ 28 ล้านบาทต่อปี เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการได้กว่า 8 แสนบาทต่อปี
การขับเคลื่อนโครงการพลังงานชุมชนในมิติต่างๆทั้งหมดในปี 2561 จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนให้เห็น “พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว” มีการพัฒนาพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์สามารถบริหารจัดการโดยประชาชนเพื่อประชาชนตามศักยภาพในท้องถิ่น การเสริมสิ่งที่มีสร้างโอกาสให้คนในชุมชน สามารถเชื่อมโยงมิติพลังงานเข้ากับมิติการพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถยกระดับชุมชน จากผู้ใช้พลังงานเป็นผู้ผลิตพลังงาน หรือ เป็นชุมชนแบ่งปั่นพลังงาน เป็นต้น