ท้องถิ่นกับการพัฒนาพลังงานชุมชน

ท้องถิ่นกับการพัฒนาพลังงานชุมชน
อปท. ในปัจจุบันให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองใน 2 เรื่องใหญ่ คือ 1.ด้านอาหาร และ 2.ด้านพลังงาน เริ่มจากการมียุทธศาสตร์พลังงานชุมชน มีแผนที่มาจากการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ค่าใช้จ่าย ค้นหา
รูรั่วในเรื่องพลังงานจากกิจกรรมต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าก๊าสหุงต้ม การดูงานชุมชนที่ประสบความสำเร็จ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ บางแห่งค่าใช้จ่ายพลังงานสูงถึงร้อยละ 30 ของรายได้ เมื่อรู้ข้อมูลแล้ว ขั้นต่อไปคือหาแนวทางลดการซื้อหาจากภายนอก โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาทดแทนเรียกว่า “พลังงานทางเลือก” ซึ่งสามารถผลิตหมุนเวียนกลับใช้ใหม่ได้ เช่น ชีวมวล ชีวภาพ น้ำ แสงอาทิตย์ ลม
ชุมชนสามารถนำวัตถุดิบเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้เองได้ ด้วยการนำเอาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่นนำมูลสัตว์เศษอาหารมาหมักผลิตแก๊สชีวภาพ ทำเตาชีวมวล นำพลังน้ำ แสงแดด มาผลิตไฟฟ้า การปลูกผักปลอดสารใช้น้ำจากระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ โรงอบแห้งยางพาราแล้วเชื่อมโยงสู่ธุรกิจหมอนยางพาราสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
อปท.หลายแห่งนำเทคโนโลยีพลังงานทดแทนมาใช้อย่างแพร่หลายเพราะราคาถูกลงมาก ทำให้ชุมชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บ่างแห่งพัฒนาช่างชุมชนสามารถผลิตจำหน่ายเทคโนโลยีสร้างรายได้อีกด้วย
นอกจากอาชีพหลักด้านการเกษตรแล้วการส่งเสริมพลังงานทดแทนยังเพิ่มโอกาสให้ชุมชนด้วยการนำพลังงานทดแทนมาลดต้นทุน พัฒนาวิสาหกิจลดใช้พลังงานผลิตสินค้าส่วนใหให้มีมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่ม สู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จะเห็นว่าพลังงานเกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร ที่สะอาดปลอดภัย ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาชุมชนครบวงจรที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงไม่แปลกใจที่ท้องถิ่นจะมีความตื่นตัวให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เมื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได้ ก็จะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติต่อไป

โครงการวางแผนพลังงานชุมชน 
ปัญหา พลังงานเป็นนโยบายระดับชาติ ที่รัฐบาลกำหนดมาตรการและโครงการต่าง ๆ มารองรับ เช่น แผนการสำรวจและผลิตพลังงาน แผนการศึกษาและผลิตพลังงานทดแทน และแผนการประหยัดพลังงาน รวมทั้งการรณรงค์ให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของปัญหาพลังงานแต่การตอบรับก็ยัง ไม่บรรลุผลในระดับที่น่าพอใจเลย ที่ผ่านมาเรามีการรณรงค์เรื่องพลังงานนี้ในแบบที่รัฐบาลเป็นผู้คิด และกำหนดแผนงานให้หน่วยงานในระดับล่าง ๆ ลงไปนำไปปฏิบัติออกมาในลักษณะที่ต่างคนต่างทำไม่สอดรับประสานกันไม่สามารถ สร้างจิตสำนึกให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของปัญหาได้อย่างจริงแท้ อาทิ เด็ก ๆ เยาวชนเมื่อที่โรงเรียนสามารถประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ และแยกขยะได้ตามที่โรงเรียนจัดกิจกรรม แต่เมื่อกลับมาบ้านก็ใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย เพราะที่บ้านไม่มีกิจกรรมในเรื่องนี้ หรือใครสักคนในชุมชนเที่ยวเก็บขยะตามข้างทางมาคัดแยกในบ้านของตน ผู้คนในชุมชนนั้นต่างพากันแสดงท่าทีดูหมิ่นเขาว่ายากจน ดังนั้น จิตสำนึกจึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงคนเดียว แต่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม หรือไม่ก็รอให้เกิดวิกฤติพลังงานอย่างร้ายแรงขึ้นเสียก่อน ในปี ๒๕๔๙ กระทรวงพลังงานจึงได้เริ่ม โครงการวางแผนพลังงานชุมชน (Local Energy Planning หรือ LEP) เพื่อให้ประชาชนในระดับชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของแผนงานในการแก้ปัญหา พลังงาน โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนการวางแผนพลังงานชุมชนในระดับท้องถิ่นนี้ทำให้เกิดการ เรียนรู้ของชุมชนด้านพลังงาน เป็นการปลูกฝัง แลกเปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านว่าพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน โครงการนี้กำหนดเป้าหมาย ๘๐ ชุมชนในปีแรก และมุ่งเน้นไปที่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โครงการวางแผนพลังงานชุมชน มีกระบวนการที่ชุมชนร่วมกันทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ประชุมเพื่อสร้างคณะทำงาน เพื่อสำรวจข้อมูลการใช้พลังงานของทุกครัวเรือนในชุมชน ๒. ระดมความคิดเห็นเพื่อหาวิธีการลดการใช้พลังงานและการผลิตพลังงานทดแทนจากทรัพยากรที่มีในชุมชน ๓. ทุกครอบครัวปฏิบัติตามแผนงานตามที่มีข้อตกลงร่วมกัน ๔. ประเมินผลการประหยัดพลังงานหรือกิจกรรมด้านพลังงานที่ร่วมกันปฏิบัติ ๕. ขยายแผนการปฏิบัติในการใช้พลังงานและถ่ายทอดความรู้ไปยังชุมชนอื่น ๆ แผนปฏิบัติการของโครงการวางแผนพลังงานชุมชนที่ผ่านมามีดังนี้ ด้านพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้วการผลิตก๊าซชีวภาพจากหลุมขยะหรือมูล สัตว์ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือจากพลังงานชีวมวลที่นำเอาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย เหง้ามัน ฯลฯ มาเป็นเชื้อเพลิง ด้านประดิษฐกรรมที่ประหยัดพลังงาน เช่น การใช้เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง ที่ให้ความร้อนสูง แต่ใช้ถ่านน้อยการใช้เตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูงขนาดความจุ ๒๐๐ ลิตร แบบใหม่ที่ลดการก่อมลพิษ ใช้เชื้อเพลิงน้อย ใช้เวลาน้อย สามารถผลิตถ่านที่มีคุณภาพสูง และยังได้ “น้ำส้มควันไม้” ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการกำจัดศัตรูพืช และเป็นสารเร่งการเติบโตของพืชด้วย สิ่ง ที่สำคัญที่สุดของโครงการวางแผนพลังงานชุมชนนี้คือสามารถทำให้สมาชิกในชุมชน เกิดความรู้สึกที่เป็นเจ้าของแผนการด้านพลังงานและศักยภาพของพลังชุมชนเอง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ ในชุมชนที่เคยละเลยกันมาก่อน เช่น แกลบ ขยะ ใบไม้ กิ่งไม้ ชานอ้อย หรือแม้แต่น้ำเสียของโรงเลี้ยงสัตว์ ทุกอย่างนี้สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ทั้งสิ้น และโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว คือการใช้พลังงานอย่างมีเหตุมีผลอยู่บนความพอเพียงอีกด้วย หนังสือสกุลไทย ปีที่ ๕๔ ฉบับที่ ๒๘๑๗ประจำวันอังคาร วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ หน้า ๑๐๒

ขั้นตอนการทำ การวางแผนพลังงานชุมชน
การวางแผนพลังงานชุมชน จะประกอบไปด้วย 2 ช่วงหลัก ได้แก่
1. ช่วงแรก : การวางแผนพลังงาน (Planning process) – เป็นช่วงเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยี รวมทั้งสร้างศักยภาพของชุมชนในการเรียนรู้เรื่องพลังงานและการวางแผน ผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดแผนทางเลือกต่างๆ หรือที่เรียกว่า Scenarios แล้วนำแผนทางเลือกต่างๆ เหล่านี้เข้าสู่เวทีประชาคมเพื่อช่วยการตัดสินใจว่าจะเลือกแผนพลังงานใด จากนั้นประชาคมจะร่วมกันลงรายละเอียดกิจกรรมที่นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมหรือ แผนปฏิบัติการ (Action plan)
2. ช่วงที่สอง : ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ (Action plan implementation) – ช่วงนี้เป็นช่วงของการนำแผนปฏิบัติการมาใช้จริงในชุมชนและเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยพลังประชาคมในการผลักดันและขับเคลื่อนงานให้เกิดความต่อเนื่อง การวางแผนพลังงานจะมีการดำเนินงานอยู่ 2 ช่วงคือช่วงทำแผนพลังงาน และช่วงดำเนินงานตามแผนและติดตามประเมินผล ในที่นี้จะลงรายละเอียดในช่วงแรกซึ่งเป็นช่วงในการทำดำเนินกิจกรรมเพื่อให้ได้แผนพลังงานชุมชนออกมา โดยสามารถสรุปขั้นตอนของการวางแผนพลังงานชุมชนได้เป็น บัญญัติ 10 ประการ ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 สร้างความเข้าใจร่วมกันกับชุมชน 
• เพื่อให้…ชุมชนเข้าใจที่มาของโครงการและยอมรับการเข้าร่วมโครงการ
• เพื่อให้…ชุมชนเข้าใจเรื่องพลังงานเบื้องต้นมากขึ้นและเกิดความตระหนักที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน
• เพื่อให้…ได้ตัวแทนอาสาสมัครคณะทำงานพลังงานของชุมชน
ขั้นตอนที่ 2 สร้างทีมคณะทำงานพลังงานชุมชน 
• เพื่อให้…คณะทำงานพลังงานของชุมชนมีความเข้าใจและพร้อมผลักดันกระบวนการขั้นตอนการทำงานตลอดจนเป้าหมายของโครงการให้สัมฤทธิ์ผล
ขั้นตอนที่ 3 เก็บข้อมูลพลังงานในพื้นที่
• เพื่อให้…ตัวแทนและเยาวชนมีส่วนร่วมกันในการสำรวจข้อมูลพลังงานของชุมชนของตนเอง
ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผลข้อมูลจัดทำสถานภาพพลังงาน
• เพื่อให้…ได้ข้อมูลพลังงานของชุมชน ทำให้ทราบรอยรั่วของการใช้พลังงาน (พื้นฐานของชุมชนและข้อมูลพลังงานในการนำมาใช้วางแผนพลังงานบนพื้นฐานข้อมูลต่อไป) 
ขั้นตอนที่ 5 สะท้อนข้อมูลพลังงานคืนสู่ชุมชน
• เพื่อให้…ชุมชนได้รับรู้และตรวจสอบข้อมูลพลังงานของชุมชนเอง ทำให้ทราบถึงปริมาณการใช้พลังงานของคนในชุมชนว่ามีบริมาณเท่าใด และสูญเสียเงินไปกับการบริโภคพลังงานประเภทต่างๆเป็นมูลค่าเท่าใด ซึ่งขั้นตอนนี้มีส่วนสำคัญที่จะทำให้คนในชุมชนได้หันกลับมามองดูวิถีการใช้พลังงานของตนเอง และตระหนักว่าได้ใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อหาพลังงานเป็นจำนวนมากมายมหาศาลซึ่งหากไม่มีการเก็บข้อมูลก็จะไม่มีทางรู้ในเรื่องเหล่านี้เลย
ขั้นตอนที่ 6 ศึกษาดูงานเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืน 
• เพื่อ…จุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้เทคโนโลยีพลังงานยั่งยืน
ขั้นตอนที่ 7 ประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างแผนพลังงานระดับชุมชน
• เพื่อให้…มีการวางแผนหาทางออกร่วมกัน ริเริ่มการจัดการ เกิดแผนพลังงานของชุมชน
ขั้นตอนที่ 8 ประชาพิจารณ์ร่างแผนพลังงานกับประชาชนเพื่อจัดทำแผนพลังงานฉบับสมบูรณ์
• เพื่อ…ขอความเห็นชอบของแผนจากคนในชุมขนให้เกิดการยอมรับร่วมกันจนได้แผนพลังงานสมบูรณ์

ขั้นตอนที่ 9 ปฏิบัติตามแผนพลังงานที่วางไว้ (โครงการนำร่อง)
• เพื่อ…นำแผนพลังงานชุมชนมาปฏิบัติจริงตามกิจกรรมต่างๆที่วางไว้
• เพื่อให้…มีแผนปฏิบัติการพลังงาน เกิดวิทยากรตัวคูณพลังงาน
ขั้นตอนที่ 10 สรุปบทเรียนการทำงานร่วมกัน
• เพื่อ…ร่วมกันประเมินเรื่องปัญหาอุปสรรค ผลที่เกิดขึ้น ผลกระทบและผลที่ได้รับ พร้อมวางแนวทางทำงานปีต่อๆ ไป