ความเป็นมานโยบาย Energy for All

Q & A Energy for All 2020

1) ความเป็นมานโยบาย Energy for All

          – เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา “การสื่อสารนโยบายพลังงานสู่การปฏิบัติ ปี 2563” เพื่อมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อรับทราบทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานไปพร้อมๆ กัน ผ่านนโยบาย “Energy For All พลังงานเพื่อทุกคน

          “ภาพลักษณ์เดิมของกระทรวงฯ ถูกมองว่าให้ความสำคัญกับการลงทุนขนาดใหญ่ ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงพลังงาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกระทรวงฯ ก็มีการทำงานที่ลงไปในระดับประชาชน ในระดับชุมชนอยู่ด้วยแล้ว เพียงแต่ขาดพลังที่จะบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มาทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อทำให้นโยบายถูกแปรไปสู่ทางปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว1)

2) เป้าหมาย นโยบาย Energy for All

          – “หัวใจของนโยบาย Energy For All คือ การนำพลังงานเข้าไปหมุนระบบเศรษฐกิจของประเทศจากฐานราก ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจฐานรากได้ถูกขับเคลื่อนแล้ว ก็จะเป็นการยกฐานของประเทศขึ้นไปทั้งระบบ จะช่วยหนุนให้ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยจากภายนอกที่ผันผวนไม่แน่นอนมากระทบก็ตาม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว1)

3) หกทิศทางของนโยบาย Energy for All เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

  1. ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยอยู่ระหว่างปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า
  2. ทุกพื้นที่ของประเทศไทยที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องจะต้องมีไฟฟ้าใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งพื้นที่บริเวณชายขอบ ชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายสายส่งที่เกิดไฟตกไฟดับ จำเป็นต้องแก้ปัญหาอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนงานสนับสนุนงบประมาณผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ทุกพื้นที่ได้มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง
  3. เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนกว่า 700 เมกะวัตต์ (MW) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีเงินลงทุน 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กลางเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการส่งเสริมใช้ชีวมวลช่วยลดการเผาในที่โล่ง และยังทำให้มีการปล่อย PM 2.5 น้อยลงอีกด้วย
  4. เกิดสถานีพลังงานชุมชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ โดยใช้โมเดลการพัฒนาชุมชนของ จ.กาญจนบุรีเป็นแนวทางในการทำสถานีพลังงานชุมชนแบบครบวงจรที่สามารถนำพลังงานจากแสงอาทิตย์ ชีวมวล ขยะ และเชื้อเพลิงฟอสซิลมาบริหารจัดการในกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดรายจ่ายด้านพลังงานและสร้างรายได้ต่อยอดอาชีพของชุมชน โดยจะพิจารณานำเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาสนับสนุน
  5. เกิดการใช้ B10 ทั่วประเทศเป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐาน และมี B20 ที่ใช้สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดน้ำมันปาล์มมีความสมดุลมากขึ้น สร้างเสถียรภาพราคาไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนราคาในตลาดโลก รวมทั้ง B10 ยังช่วยลดฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งในปีหน้าก็จะส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพในกลุ่มน้ำมันเบนซินต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ในกลุ่มเบนซินมีมากขึ้น
  6. เกิดการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเป็นรูปธรรม จะร่วมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมภาพรวมให้เกิดการใช้ EV อย่างเป็นรูปธรรม

4) ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดจากนโยบาย Energy for All

          คือ การนำพลังงานเข้าไปหมุนระบบเศรษฐกิจของประเทศจากฐานราก ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจฐานรากได้ถูกขับเคลื่อนแล้ว ก็จะเป็นการยกฐานของประเทศขึ้นไปทั้งระบบ จะช่วยหนุนให้ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้

5) เศรษฐกิจฐานราก คือ อะไร

          “เศรษฐกิจฐานราก”2) คือระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ที่ สามารถพึ่งตนเองภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีคุณธรรม และเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้ เกิดการพัฒนาด้านอื่นๆ ในพื้นที่ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

6) บทบาทของ สพจ. ในการขับเคลื่อนตามนโยบาย Energy for All

          เป็นตัวแทนกระทรวงพลังงานในการขับเคลื่อนนโยบายนระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ในการเชื่อมประสานข้อมูล แนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

7) สพจ. ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร

  1. เตรียมข้อมูล ที่มา/แนวทางการดำเนินงาน/แนวทางการพิจารณา/หลักเกณฑ์ เพื่อจัดตั้งและนำเสนอ คณะกรรมการระดับจังหวัด
  2. แจ้งเครือข่ายในพื้นที่ให้ทราบแนวทางการส่งข้อเสนอโครงการ/การพัฒนาโครงการในพื้นที่
  3. เตรียมแบบฟอร์มในการรับข้อเสนอโครงการ /แนวทางการสรุปผลการสมัคร/แนวทางการคัดเลือก/เกณฑ์การให้คะแนน ในการคัดเลือกโครงการส่งขอโครงการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส.กทอ.

8) นิยามของโครงการ off grid

          พื้นที่ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ คือ พื้นที่บริเวณชายขอบ ชายแดน พื้นที่ปลายสายส่ง ที่เกิดไฟตกไฟดับ และเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการให้มีไฟฟ้าใช้ทั้งหมด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ระบบที่ขอเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จต้องมีการจัดการซื้อขายไฟกันเองภายในกลุ่มโดยไม่เชื่อมกับระบบสายส่งของ กฟภ.

9) นิยามของ โครงการสถานีพลังงานชุมชน

          สถานีพลังงานชุมชน คือ สถานที่หรือกลุ่มที่มีการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน อุตสาหกรรมชุมชน วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ชุมชน หรือเกษตรกรที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วมีศักยภาพที่จะสามารถนำเทคโนโลยีพลังงานไปส่งเสริม เพื่อการลดต้นทุนด้านพลังงานในการผลิต นำเศษวัสดุทางการเกษตรหรือของเสียที่เกิดจากการผลิตหรือแปรรูปเปลี่ยนเป็นพลังงาน สร้างโอกาสในการแข่งขัน ซึ่งโครงการภายใต้สถานีพลังงานชุมชนควรมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างครบวงจรภายใน 3 มิติ คือ

          A ต้นน้ำ : การเตรียมความพร้อม การจัดหาวัตถุดิบ การมีแหล่งพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย

          B กลางน้ำ : กระบวนการ การจัดการ การแปรรูปผลผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์

          C ปลายน้ำ : การจัดเก็บ/ขนส่ง/ส่งมอบสินค้าสู่ผู้บริโภค หรือการจัดการของเสียที่เกิดจากการผลิต หรือ การนำของเสียมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์

          โครงการภายใต้สถานีพลังงานชุมชน ต้องควรส่งเสริมอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมิติข้างบนดังกล่าว และ เทคโนโลยีพลังงานต้องมีตั้งแต่ 2 ประเภท (ชุดเทคโนโลยี) ขึ้นไป เช่น 1 วัตถุดิบใช้เทคโนโลยี A+B,B+C หรือ A+C เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงหรือการเป็นห่วงโซ่การผลิตในชุมชน

          หากมีกรณีที่พื้นที่มีการใช้งานของเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอยู่เดิมแล้ว แต่ต้องการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพิ่มเติมเพียง 1 ประเภท (ชุดเทคโนโลยี) เพื่อให้การผลิต หรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ หรือ การบริการ มีความครบวงจรมากขึ้น ต้องสามารถอธิบายเพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงหรือการเป็นห่วงโซ่การผลิตในชุมชนได้ (ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการระดับจังหวัดเห็นสมควร)

10) บทบาทและอำนาจหน้าที่คณะกรรมการระดับจังหวัดและ สพจ.

  1. พิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญของโครงการพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ 2563 ของจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  2. เมื่อดำเนินการตามข้อ 1 แล้วให้จังหวัดยื่นข้อเสนอโครงการต่อกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ต่อไป
  3. รายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ทุก 2 เดือน จนกว่า สิ้นสุดโครงการ
  4. งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย โดย สพจ. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการระดับจังหวัด

 11) แนวทางการและขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการเพื่อเสนอต่อกองทุนฯ

          ตามแนวทางที่ส่วนกลางส่งให้เป็นไกด์ไลน์ ตามกรอบการพิจารณาของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มา: การประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ครั้งที่ 1/2563 (ครั้งที่ 83) วันที่ 13 มีนาคม 2563

12) ระยะเวลาในการทำงาน

ที่มา: การประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ครั้งที่ 1/2563 (ครั้งที่ 83) วันที่ 13 มีนาคม 2563

13) คณะกรรมการมีหน้าที่ พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการตามแนวทางจากส่วนกลางและจัดลำดับความสำคัญของโครงการ แล้วส่งต่อให้กองทุนฯพิจารณาอีกครั้ง ใช่หรือไม่

          ใช่ คณะกรรมการระดับจังหวัด เป็นผู้คัดเลือกข้อเสนอโครงการจาก อปท.ที่ยื่นขอโครงการในพื้นที่จังหวัด เช่น อบต. ทต. อบจ.  แล้วจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อรวบรวมเป็นโครงการเดียวเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ กับกองทุนฯตามขั้นตอนที่กองทุนฯประกาศ

14) ถ้าโครงการที่เสนอในพื้นที่ ไม่เข้ากรอบ โครงการพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบาย Energy for All ต้องทำอย่างไร

          แจ้งให้หน่วยนั้นๆ ส่งข้อเสนอโครงการโดยตรงกับกองทุนฯเพื่อขอรับการสนับสนุน โดยหน่วยนั้นๆต้องดำเนินการตามที่กองทุนฯกำหนด (กรณีที่หน่วยงานมีadminแล้ว) หากหน่วยงานไม่มี adminให้ส่งคำขอให้จังหวัดพิจารณา หากจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีเป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะเป็นผู้ขอแทนให้

15) ขั้นตอนการทำหนังสือยืนยัน คือ จังหวัดทำหนังสือยืนยันกับกองทุนฯ 1 สัญญา และจังหวัดทำหนังสือยืนยันย่อยกับทุกๆ อปท. ที่ผ่านการคัดเลือก ใช่หรือไม่

          ใช่

16) อปท. ที่ทำหนังสือยืนยันแล้ว ต้องเปิดบัญชีรายโครงการ ใช่หรือไม่ หากมีหลายโครงการที่ทำใน อปท. นั่นๆ

          ใช่ อปท. ต้องเปิดบัญชีรายโครงการ เช่น ถ้า อปท. มีโครงการที่เสนอไป 3 โครงการ อปท. ต้องเปิดบัญชีจำนวน 3 บัญชี เป็นต้น

17) หน้าที่ติดตามและรายงานผลความก้าวหน้า เป็นของ สพจ. ในฐานะฝ่ายเลขาฯของคณะกรรมการระดับจังหวัด ใช่หรือไม่ อย่างไร

          ใช่ เป็นไปตามหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยต้องรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ทุก 2 เดือน จนกว่าสิ้นสุดโครงการ และต้องรายงานความก้าวหน้าให้กองทุนฯทราบตามที่กองทุนฯกำหนด

          และสพจ. ต้องรายงานความก้าวหน้าให้ สป.พน. ทราบเป็นระยะๆ จนกว่าสิ้นสุดโครงการ

18) อปท. เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการ ใช่หรือไม่ และเป็นเจ้าของระบบและต้องดูแล ใช่หรือไม่

          ใช่ อปท. เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเป็นเจ้าของระบบในการดูแล

19) กลุ่มประชาชนที่ได้รับประโยชน์เป็นผู้ใช้และดูแลระบบโดยพฤตินัย ต้องมีการทำข้อตกลงร่วมการใช้งานและดูแลระบบร่วมกับ อปท. ใช่หรือไม่ หรือ อปท.สามารถ ส่งมอบระบบให้กลุ่มดูแลได้เลย

                กลุ่มประชาชนจำเป็นต้องมีการทำข้อตกลงร่วมการใช้งานและดูแลระบบร่วมกับ อปท. และตามระเบียบ อปท. ไม่สามารถส่งมอบระบบให้กลุ่มได้

20) อปท. ที่ต้องการเสนอข้อเสนอโครงการต่อคณะกรรมการระดับจังหวัด ต้องมีแผนงานรองรับที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในโครงการที่เสนอ หรือไม่

          จำเป็นต้องมีแผนงานของ อปท. รองรับ เพราะถ้าหากถูกตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบ อปท. จะสามารถอธิบายที่มาของโครงการได้ว่าเป็นมาอย่างไรและเป็นไปตามบทบาทหน้าที่ของ อปท.หรือไม่อย่างไรได้

21) ประเด็นความกังวลว่า อปท. ส่วนมากไม่มีแผนงานด้านพลังงาน ประเด็นนี้จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร

          อาจจะเทียบเคียงแผนงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยพิจารณาที่ ผลลัพธ์ (Output) และ ผลกระทบ (Impact) เป็นตัวตั้ง (ผลลัพธ์จากโครงการ : รายได้ที่เพิ่ม เพิ่มผลผลิต การลดของเสีย การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างงาน ผลกระทบจากโครงการ : สร้างคน สร้างวิทยากร แหล่งเรียนรู้) หากพิจารณาดังนี้จะสามารถนำเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนงานหรือยุทธศาสตร์ ของ อปท. ได้ เพราะ อปท. ส่วนใหญ่จะมีแผนงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความอยู่ดีกินดี ให้กับคนในพื้นที่ หากยังไม่มั่นใจควรจะเปิดประชุมสภาเพื่อขออนุมัติหรือบรรจุแผนโครงการเป็นกรณีพิเศษ (ถ้าทำได้)

ที่มา

1) https://energy.go.th/2015/รมว-พน-จัดทัพพลังงาน-ปี-2563-ข/

2) คู่มือ การส่งเสริมการพัฒนา “ระบบเศรษฐกิจฐานราก”, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์: หน้า 19 https://ref.codi.or.th/attachments/article/15058/Guide_economic_280959.pdf

http://

http://