ป่าเด็งขยายผลโมเดลการจัดการขยะสู่พลังงานยั่งยืนร่วมกับผู้ประกอบการรีสอร์ทบนเกาะ

ป่าเด็งขยายผลโมเดลการจัดการขยะสู่พลังงานยั่งยืนร่วมกับผู้ประกอบการรีสอร์ทบนเกาะ
♻♻♻🇹🇭🇹🇭🇹🇭
จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น หาดทรายขาว ทะเลใส ปะการังสวย มีเกาะให้เที่ยวมากมาย โดยเฉพาะรีสอร์ทที่ตั้งอยุ่ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ซี่งมักจะเรียกบริเวณนั้นจากหมู่นักท่องเที่ยวว่าหาดไร่เลย์ ปัจจุบันการท่องเที่ยว จ.กระบี่ มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องสิ่งที่ตามมาก็คือปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจรีสอร์ทโดยเฉพาะขยะจากเศษอาหาร จากการสอบถามคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของรายาวดีรีสอร์ท และไร่เลย์ปริ๊นเซส รีสอร์ทแอนด์สปา ให้ข้อมูลตรงกันว่าขยะจากเศษอาหารโดยเฉลี่ยมีปริมาณมากถึงวันละ 200 กิโลกรัม เดือนละ 6,000 กิโลกรัม หรือปีละกว่า 72,000 กิโลกรัม นอกจากจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องกลิ่นถึงขนาดที่ต้องนำขยะไปแช่ในห้องเย็นป้องกันกลิ่นรบกวนก่อนจะนำเรือขนย้ายไปทิ้งบนฝั่ง โดยทางรีสอร์ทต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะเศษอาหารเฉลี่ยนับแสนบาทต่อปีถ้ารวมทุกรีสอร์ทบริเวณอ่าว ค่าจัดการขยะทะลุหลักล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นของการจัดการขยะสู่พลังงานทดแทนเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 คณะทำงานได้มีโอกาสเข้าร่วม เวิร์คช็อป “Green Tourism Clinic” เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้างความร่วมมือ ด้านการจัดการทรัพยากร และให้คำปรึกษาด้านการจัดการ ของเสียของโรงแรมและทรัพยากรน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการต้นทุนและปรับตัว ของผู้ประกอบการใน สภาพการณ์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดย ดร. จิรพล สินธุนาวา (จากมูลนิธิใบไม้เขียว) และต่อเนื่องด้วยร่วมงานประชุมสัมมนาและนิทรรศการ Zero Carbon Resort Conference เพื่อ “การท่องเที่ยวกระบี่อย่างยั่งยืน” เพื่อนำแนวทางปฏิบัติในเรื่องของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการตนเองด้านพลังงาน สร้างการตระหนักและเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่คุณค่าของเศรษฐกิจฐานราก
จัดโดย มูลนิธิโยบายสุขภาวะ เมื่อคณะทำงานได้รับการพัฒนาความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแล้ว ได้กลับมาจัดการขยะเศษอาหารมาผลิตเป็นแก๊สชีวภาพโดยเริ่มจากการถังหมักขนาด 1,000 ลิตร และถังเก็บแก๊สชีวภาพ 500 ลิตร ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจแต่ขนาดถังหมักยังเล็กเมื่อเทียบกับกับปริมาณขยะของรีสอร์ท
จากนั้นในปี 2560 ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนากับเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อบ้านป่าเด็ง จังหวัดเพชรบุรี จัดโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) ชุมชนป่าเด็งเป็นเครือข่ายที่ชาวบ้านรวมตัวก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนในชุมชน โดยได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม ได้รับความรู้จากคุณโกศล แสงทอง ประธานเครือข่าย เกี่ยวกับระบบผลิตก๊าซชีวภาพแบบบอลลูนด้วยผ้าใบโพลีเอสเตอร์ในการผลิตแก๊สชีวภาพจากเศษอาหารที่ติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง มีประสิทธิภาพสูง จึงได้ประสานกับทางเครือข่ายฯร่วมลงพื้นที่ให้ความรู้และสอนช่างเทคนิคของรีสอร์ทในการติดตั้งระบบแก๊สชีวภาพ โดยเริ่มต้นที่ รายาวดี รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 214 ตำบล อ่าวนาง อำเภอ เมือง กระบี่ ติดตั้งระบบแก๊สชีวภาพแบบบอลลูน 15 ลบ.ม. 2 ระบบ และไร่เลย์ปริ๊นเซส รีสอร์ทแอนด์สปา ตั้งอยู่ที่ 145 ม.1 ตำบล อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จ.กระบี่ ติดตั้ง ติดตั้งระบบหมักแก๊สชีวภาพจากเศษอาหารแบบบอลลูน 15 ลบ.ม. 1 ระบบ โดยแก๊สชีวภาพขนาด 15 ลบ.ม. 1 ระบบ สามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานทดแทน LPG เดือนละ 3 ถังๆละ 480 บาท 1,344 บาท/เดือน 16,000 บาท/ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.5 ตัน CO2e/ปี ลดปริมาณขยะเศษอาหาร 3,000 ก.ก./เดือน/36 ตัน/ปี รวมทั้ง 3 ระบบสามารถ สามารถลดปริมาณการขนขยะไปทิ้งบนฝั่งได้กว่า 50% หรือประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 7 แสนบาทต่อปี ลดค่าใช้จ่ายแก๊ส LPG ได้กว่า 48,000 บาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.5 ตัน CO2e/ปี ลดปริมาณขยะเศษอาหาร 9,000 ก.ก./เดือน/108 ตัน/ปี
คุณอดิศักดิ์ คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของรายาวดีรีสอร์ท กล่าวว่าระบบการจัดการขยะเศษอาหารต้นทางด้วยระบบแก๊สชีวภาพแบบบอลลูนโพลีเอสเตอร์สามารถรองรับขยะต่อวันได้มากขึ้นจากระบบเดิมถึง 10 เท่า โดยหมักจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายตั้งต้นจากมูลสัตว์เพียงครั้งเดียว จากนั้นก็เติมเศษอาหารจากโรงครัวทุกวัน ผลประหยัดจากการลดค่าใช้จ่ายการขนขยะไปจัดการบนฝั่ง สามารถคืนทุนการติดตั้งระบบแก๊สชีวภาพได้ภายใน 1-2 เดือน การจัดการขยะคือประเด็นหลัก ส่วนผลพลอยได้คือแก๊สชีวภาพทดแทน LPG สามารถใช้งานในโรงครัวได้จริง ปุ๋ยจากมูลล้นนำมาใช้กับการเกษตร ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้ง ระดับบริหาร ผู้จัดการรีสอร์ท พนักงานบริการ โรงครัว ให้ความร่วมมือในการคัดแยกขยะเศษอาหารอย่างเป็นระบบ มีวินัยตั้งแต่ต้นทาง และอยากเชิญชวนให้รีสอร์ททั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ทั่วประเทศพลิกวิกฤตเป็นโอกาสแก้ปัญหาขยะสู่พลังงานทดแทน ร่วมกันพัฒนา “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ของประเทศไทยต่อไป