พลังงานชุมชนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

พลังงานชุมชนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การใช้พลังงานในชุมชนเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ในชีวิตประจำวันหากมีการบริหารจัดการพลังงานที่ดี ด้วยการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ รักษาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ในอนาคต
การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในมิติพลังงานทดแทน ในชุมชนสามารถเลือกนำไปใช้ได้อย่างหลากหลายตามศักยภาพของพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ในที่อยู่อาศัยก็สามารถนำพลังงานทดแทนมาใช้ เช่นการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลเพื่อให้แสงสว่าง อุปกรณ์ไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำขนาดเล็กใช้เองด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขาสูง การผลิตแก๊สชีวภาพจากเศษอาหาร ผลไม้ มูลสัตว์ หญ้าเนเปียร์ การใช้พลังงานทดแทนแทนเพื่อการเกษตร เช่นโซล่าเซลสูบน้ำ ระหัดวิดน้ำ เครื่องตะบันน้ำ ผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อนำมาใช้กับเครื่องยนต์การเกษตร การใช้โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ในการอบแห้งแปรรูป เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การใช้ประโยชน์จากไม้ แกลบในพื้นที่สวนไร่นามาผลิตเป็นเชื้อเพลิง เช่นถ่านไม้ ผลิตน้ำส้มควันไม้ ถ่านชีวภาพ ลดสารเคมี ฟื้นฟูบำรุงดิน การใช้ฟืนจากการตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณที่พักอาศัยมาใช้ร่วมกับเตาชีวมวล เตาเศรษฐกิจประยุกต์ เพื่อให้ความร้อน หุงต้ม ใช้พลังงานทดแทนเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจ ทดแทนแก๊สหุงต้ม (LPG) การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกไม้โตเร็ว พืชพลังงาน เพื่อนำกลับมาเป็นพลังงานหมุนเวียน ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยลดโลกร้อน การเดินทางอย่างยั่งยืนเพื่อลดการใช้น้ำมัน เช่น การเดินทางด้วยจักรยาน การใช้รถสาธารณะ รถไฟฟ้า การผลิตอาหารปลอดสารเคมีเพื่อสุขภาพที่ดี การแยกขยะและจัดการขยะครบวงจร
การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนจะส่งผลในทุกมิติ ดังนี้
1.) ด้านเศรษฐกิจ เมื่อมีการประหยัด การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เกิดเงินออม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เกิดอาชีพใหม่ๆที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
2.) ด้านสังคมเกิดการรวมกลุ่มส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วม แบ่งปันความรู้สู่การศึกษาที่นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง
3.) ด้านสิ่งแวดล้อมมีอากาศที่ดี ฟื้นฟูสภาพดินน้ำ การใช้ประโยชน์จากต้นไม้อย่างยั่งยืน
4.) ด้านสุขภาพประชาชนจะมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง การออกกำลังกายในการเดินทาง ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์จากพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น
จะเห็นว่ากิจกรรมด้านพลังงานสามารถเชื่อมโยง เป็นประโยชน์กับทุกมิติของสังคม สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างความมั่นคง หากร่วมมือกันทุกภาคส่วนเริ่มจากหน่วยเล็กคือครัวเรือน ชุมชน ขยายผลสู่จังหวัด สู่ประเทศจะทำให้เกิดพลังเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน
*ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 59 จาก 156 ประเทศในเรื่องความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2561 จากรายงาน SDGs Index and Dashboards ประจำปี 2561 จัดทำโดยเครือข่ายทางออกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ที่เปิดตัวเมื่อวานนี้ (9 ก.ค. 61) ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 59 เลื่อนลงมาจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 55 จากการวัดสถานะความพร้อมและความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมายภายในปี 2573 จากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 156 ประเทศทั่วโลก โดยในเดือนกันยายน 2558 ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ 193 ประเทศลงมติรับรอง เพื่อใช้ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ Sustainable Development Goals – SDGs เป็นวาระแห่งการพัฒนาของโลกเป็นเวลา 15 ปี (2558-2573) (ที่มา : http://www.tsdf.or.th/th/sdgs-sdindexes/11254-ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่-59-จาก-156-ประเทศใ/)