พลังงานชุมชนกับวันสิ่งแวดล้อมโลก

 

จากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมนุษย์มีกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน องค์การสหประชาชาติ จึงมีมติให้จัดประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ.2515 ที่มีรัฐบาลของสวีเดนเป็นเจ้าภาพ นับเป็นจุดเริ่มต้นของวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือ จากหลากหลายชาติในด้านสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดี ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ภายใต้แนวคิด Connecting People to Nature : I’m With Nature “ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ”

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับอาสาสมัครพลังงานชุมชน ได้ดำเนินโครงการพลังงานชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนทั่วประเทศหันมาพัฒนาโครงพลังานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ลดการปล่อยปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น การใช้แก๊สชีวภาพในชุมชนทดแทนแก๊ส LPG การใช้ระบบโซล่าเซลหรือกังหันลมสูบน้ำทดแทนน้ำมัน การเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่ง เป็นต้น ผู้เขียนจึงขอนำเสนอตัวอย่างเทคโนโลยีพลังงานทดแทนลดโลกร้อนที่มีการใช้งานอย่าแพร่หลายในปัจจุบัน
กังหันลม บ้านหนองเลิง ต.แคนน้อย จ.ยโสธร วางเป้าหมายเกษตรกรผู้ใช้กังหันลมจะลดค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรครัวเรือนละกว่า 3,000 บาทต่อปี รวม 108 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะลดการใช้น้ำมันดีเซลได้กว่าปีละ 12,000 ลิตร หรือเท่ากับ 324,000 บาทต่อปี ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 36 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การใช้รถโซล่าเซลสูบน้ำเคลื่อนที่ จ.กำแพงเพชร จากเดิมเดินเครื่องสูบน้ำเข้าไร่ 15 ไร่ เช่า-เย็น ใช้น้ำมัน 5 ลิตร เสียงดัง ปล่อยมลพิษ รวมน้ำมันที่ใช้เข้าไร่ต่อครั้ง 7 ลิตร ปัจจุบัน ใช้โซล่าเซลสูบน้ำทดแทนน้ำมันได้ 5 ลิตรต่อครั้ง ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 150 บาท และที่สำคัญเสียงเงียบ ไม่ปล่อยมลภาวะ ลดโลกร้อน รถ 1 คันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้น้ำมันดีเซลได้กว่าได้ 67.7 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ส่งเสริมระบบแก๊สชีวภาพแบบถังไฟเบอร์กล๊าส ขนาด 8 ลบ.ม. อัตราการเกิดแก๊สชีวภาพ 1.7-1.8 ลบ.ม./วัน เทียบเท่า LPG 0.8-1 กก./วัน เท่ากับ LPG 15 กก. 2 ถัง/เดือน คิดเป็นเงินที่ประหยัดค่า LPG ได้กว่า 760 บาท และสามารถนำแก๊สชีวภาพมาเดินเครื่องยนต์ปั่นไฟทดแทนน้ำมันได้เฉลี่ย 3,000 บาทต่อเดือน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้น้ำมันดีเซลได้กว่าได้ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ชุมชนสามารถดูแลรักษาระบบให้เกิดความยั่งยืน วิถีพลังงานยั่งยืน ชุมชนไม่ได้ปฏิเสธเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่มีความมุ่งมั่น พยายามใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกใบนี้ยังคงอยู่ให้กับลูกหลานตราบนานเท่านาน