วิถีพลังงานชุมชน คนพอเพียง

การจัดการพลังงานชุมชนเป็นการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการพลังงานอย่างครบวงจรและยั่งยืน ผ่านกระบวนการรู้จักตนเองจากค่าใช้จ่ายพลังงานสิ้นเปลือง รู้ศักยภาพวัตถุดิบในท้องถิ่นที่สามารถนำมาเป็นพลังงานทดแทนเช่น เศษวัสุดเหลือใช้ทางการเกษตร มูลสัตว์ แสงแดด มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล การเลือกใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสม นำไปสู่การวางแผนพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในชุมชน รักษาสิ่งแวดล้อม เมื่อมีข้อมูลความรู้จะเริ่มตื่นตัวว่าสิ่งที่ทำนั้นได้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน เช่น แก๊สชีวภาพที่สามารถใช้มูลสัตว์และเศษอาหารมาหมักให้เกิดแก๊สทดแทนแก๊สหุงต้ม (LPG) ชุมชนจะค่อยๆปรับพฤติกรรมหันสนใจมาเรียนรู้มากขึ้นเพื่อนำไปใช้ในครัวเรือน นอกจากนี้ยังเรียนรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานด้วยวิธีต่างๆ ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง เหลือจากการใช้ก็นำไปแจกจ่ายและขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน หรือการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ เมื่อชาวบ้านเข้ามาศึกษาดูงานมองเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ก็เลือกไปทำบ้าง ทำให้ความต้องการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดช่างชุมชน วิทยากรชุมชน สร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่ง นำไปสู่การสร้างความร่วมมือร่วมใจในชุมชนให้ลุกขึ้นมาปฏิวัติวิถีชีวิต ผลักดันสู่นโยบายแผนพัฒนาพลังงานระดับท้องถิ่น นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติ ใช้พลังงานอย่างพอเพียงเพื่อให้มีใช้อย่างเพียงพอ และเน้นการพึ่งพาตนเองทำให้พวกเขาดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข 
โดยเทคโนโลยีพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy Technology) มีหลักคิดดังนี้
1.) สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่รบกวนสมดุลของระบบนิเวศ
2.) ทดแทนได้ใหม่ ใช้เชื้อเพลิงและวัตถุดิบที่สามารถจัดการหมุนเวียนผลิต 
และใช้ได้อย่างไม่มีวันหมดไป
3.) พอดี กับความต้องการใช้งาน ศักยภาพแห่งทรัพยากรการเรียนรู้เพื่อการจัดการแบบพึ่งพาตัวเองของท้องถิ่น บนฐานแนวคิดเศณาฐกิจพอเพียง
4.) มีประสิทธิภาพ ประหยัดทั้งทรัพยากร แรงงานและค่าใช้จ่าย
5.) ง่าย เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ชุมชนสามารถจัดการเองได้