สสช. ก.พลังงาน ร่วมกับ บ.เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ จำกัด สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับวิสาหกิจชุมชน

   เมื่อวันที่วันที่ 20-21สิงหาคม 2561 ณ บริเวณชั้น1 อาคารC เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ที่ผ่านมา

สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานร่วมกับ บ.เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ จำกัด สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับวิสาหกิจชุมชนซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากกระทรวงพลังงาน ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวฮางบ้านสุขสำราญ ตำบลฝั่งแดง อำเภอนากลาง หนองบัวลำภู ผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกขั้นตอน จนได้ข้าวฮางเพื่อสุขภาพ หรือ “ราชินีแห่งข้าว” โดยมีพนักงานภายในเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ทั้งราชการและเอกชน ให้ความสนใจเลือกซื้อ สินค้าและร่วมให้กำลังใจชุมชนเป็นจำนวนมาก 

จากการดำเนินการกิจกรรมดังกล่าว ทำให้เกิดแนวทางในการส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการลดการใช้พลังงานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานกับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านพลังงาน ไปใช้ยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างช่องทางการตลาด สร้างพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชน เป็นสื่อกลางในการนำผู้ผลิตสินค้าชุมชนคุณภาพดีมาพบกับผู้บริโภคในเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ เกิดภาพลักษณ์ที่ดี แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานด้านพลังงานทั้งภาคราชการและเอกชน ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้

http://

รายงานผลการดำเนินงาน

โครงการศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการตลาดสำหรับธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียว

 

ความสำคัญ

                    จากกระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด“ประเทศไทย 4.0” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ” เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เล็งเห็นความสำคัญของนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะในการจัดการพลังงานที่ดีแก่ประชาชน ผ่านโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในฐานะหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดการยอมรับการพัฒนาพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืนโดยยึดหลักธรรมาภิบาล” กว่า 10 ปี ของการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาพลังงานชุมชน ได้มีการส่งเสริมชุมชนต้นแบบด้านการจัดการพลังงานในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมระดับครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชนพลังงานสีเขียว ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2560 เกิดวิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงานกว่า 188 กลุ่ม สามารถลดการ คิดเป็นมูลค่าพลังงานที่ใช้พลังงานในการผลิต ลดลงกว่า5ล้านบาทต่อปี นับเป็นช่องทางสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านพลังงาน ไปใช้ในการยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินงานส่งเสริมธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรควรควบคู่กับการบริหารจัดการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงการพัฒนาระบบSupply Chain Management (การจัดการโซ่อุปทาน) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินการที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้เข้าไปยกระดับในกระบวนการผลิตตั้งแต่ขั้นต้นน้ำ โดยการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการผลิต เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนเช่น โครงการส่งเสริมโซล่าเซลล์สูบน้ำเพื่อการเกษตร ได้ผลผลิตเป็นวัตถุดิบส่งต่อไปที่ขั้นกลางน้ำ โดยการส่งเสริมกระบวนการผลิตที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลา ลดการใช้พลังงานรวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน พลังงานจากฟอสซิล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานต่างๆ เช่น เตาประสิทธิภาพสูง โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ส่วนในขั้นปลายน้ำ พบว่าที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความพยายามส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้ากับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานในหลายโอกาส เช่น ตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม หรือในการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการจัดการพลังงานที่ดีในระดับชุมชนประจำปี พ.ศ.2560 โครงการดังกล่าวมีการ ดำเนินการกิจกรรมย่อยคือ 1.จัดงานมหกรรม 10ปีพลังงานชุมชน“พลังงานสร้างคนคนสร้างพลังงานยั่งยืน”จำนวน4ครั้ง ใน4ภูมิภาค 2.จัดกิจกรรม Open House “กิจกรรมเปิดบ้าน…พลังงานชุมชน”ในระดับประเทศ และ3.การจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่จัดขึ้นในลักษณะเฉพาะกิจยังไม่มีความต่อเนื่อง   ซึ่งตรงกับผลการสัมภาษณ์วิสาหกิจที่เข้าร่วมกิจกรรมข้างต้น ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเป็นสิ่งดีที่มีการจัดงานเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ควรมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงกว่าที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาพลังงานชุมชน จึงได้จัดทำ “โครงการศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการตลาดสำหรับธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียว” ขึ้น

  1. วัตถุประสงค์
    • เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานโดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน
    • พัฒนากระบวนการหรือรูปแบบการปฏิบัติงานที่ตอบสนองต่อ สถานการณ์และความต้องการของประชาชน

 

  1. วิธีการ
    • ขออนุมัติโครงการจากผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
    • ประสานงานด้านสถานที่จัดจำหน่าย
    • ประสานงานชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
    • ทดลองจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน
    • สรุปบทเรียนร่วมกับวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมในประเด็น ความคุ้มค่าใจการลงทุน ความพร้อมของสินค้า ความเหมาะสมของทำเล ความเหมาะสมของระยะเวลาข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งเสริมธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียว
    • จัดทำรายงานสรุปเสนอผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง

 

  1. ระยะเวลา ระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน ๒๕๖๑   

 

  1. การประเมินผล การสังเกต และการสัมภาษณ์

 

  1. ผลการดำเนินงาน

 ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานโดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการดำเนินการขออนุมัติโครงการจากผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอโครงการฯ ต่อรองปลัดกระทรวงพลังงาน (นายยงยุทธ จันทรโรทัย) เพื่อทราบและลงนามในหนังสือ    ขอความอนุเคราะห์ขอใช้สถานที่จาก บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด

ประสานงานชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในการดำเนินโครงการฯครั้งนี้ มีวิสาหกิจชุมชน “กลุ่มข้าวฮางบ้านสุขสำราญ” ตำบลฝั่งแดง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากกระทรวงพลังงาน      นำผลิตภัณฑ์“ข้าวฮางเพื่อสุขภาพ” มาจำหน่าย โดยในการดำเนินการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ   วางแผนการจำหน่ายและการคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ในการจัดจำหน่าย

ทดลองจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท    เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ให้ใช้สถานที่บริเวณชั้น 1 อาคารซี เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ในการดำเนินโครงการฯดังกล่าว ระหว่างวันที่ 20 – 21 สิงหาคม 256 ระหว่างเวลา 8.00-18.00 น. ภาพบรรยากาศในการจัดจำหน่ายแสดงในภาคผนวก

สรุปบทเรียนร่วมกับวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโดยการสัมภาษณ์ ในประเด็น ความคุ้มค่าในการลงทุน ความพร้อมของสินค้า ความเหมาะสมของทำเล ความเหมาะสมของระยะเวลาข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งเสริมธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียว

  • ความคุ้มค่าในการลงทุน

ในการพิจาณราความคุ้มค่าในการลงทุน พิจารณาเป็น 2 ส่วนคือ ความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ และ ความคุ้มค่าในการลงทุนของวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า

การพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนของโครงการ ในการบริหารจัดการโครงการนี้ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถดำเนินการโดยประหยัดงบประมาณของทางราชการ เนื่องจากวิสาหกิจชุมชนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักด้วยตนเอง จะมีก็เพียงต้นทุนจากการที่ต้องมีบุคลากรรับผิดชอบในการประสานงานโครงการตั้งแต่ต้นจนแล้วเสร็จ วิเคราะห์ว่ามีความคุ้นค่าเนื่องจากต้นทุนบุคลากรเป็นต้นทุนคงที่ แต่สามารถเพิ่มผลผลิตนอกเหนือจากการทำงานประจำ เป็นงานโครงการพิเศษที่สร้างประโยชน์ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

ส่วนความคุ้มค่าในการลงทุนของวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการลงทุนกับยอดขาย พบว่าเนื่องจากชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ มีการบริหารจัดการโดยมีทีมงานด้านการตลาดอยู่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและค่าที่พัก เพื่อเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ ทำให้ต้นทุนต่ำลง จนสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาต่ำกว่าราคาในพื้นที่ที่ต้องเสียค่าเช่า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยตรง

  • ความพร้อมของสินค้า

เนื่องจากเป็นครั้งแรกในการจำหน่าย ณ สถานที่นี้ ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยังไม่สามารถกะปริมาณสินค้าที่จะเตรียมมาจำหน่ายได้ ประกอบกับก่อหน้าที่จะมาจำหน่ายในโครงการนี้ ทางวิสาหกิจชุมชนได้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าในสถานที่อื่นมาก่อนและขายดีมาก ทำให้สินค้าบางส่วนมีมาวางจำหน่ายน้อย

  • ความเหมาะสมของทำเล

วิสาหกิจชุมชนมีความเห็นว่าทำเลในการจัดจำหน่ายดีมาก บริเวณชั้น 1 อาคาร C เป็นทางสัญจรของบุคลากรกระทรวงและ ปตท. รวมทั้งหน่วยงานในบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งเป็นทำเลที่มีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ ทำให้ยอดขาย เป็นที่น่าพอใจ

  • ความเหมาะสมของระยะเวลา

วิสาหกิจชุมชนมีความเห็นว่า ระยะเวลา 2 วัน มีความเหมาะสมเมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าที่มีเพียงพอจำหน่าย

  • ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งเสริมธุรกิจชุมชนพลังงานสีเขียว

ข้อเสนอแนะจากวิสาหกิจชุมชน

  • ควรมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อาจจะเป็นการสลับให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทอื่นมีโอกาสมาจำหน่ายเช่นนี้บ้าง
  • จากการจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนมีความคิดเห็นว่าสามารถกะปริมาณสินค้าได้แล้ว ทำให้การจำหน่ายในโอกาสต่อไปจะมีการเตรียมสินค้าให้เพียงพอ ควรมีแผนการล่วงหน้าเป็นระยะยาว เช่น ใน 1 ปีจะมีการจำหน่ายเช่นนี้เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะมีการสต็อกสินค้าล่วงหน้าซึ่งเป็นแผนการบริหารจัดการในระยะยาวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่อไป
  • พัฒนากระบวนการหรือรูปแบบการปฏิบัติงานที่ตอบสนองต่อ สถานการณ์และความต้องการของประชาชน

                   สถานการณ์และความต้องการของประชาชน  คืออะไร จากกระบวนทัศน์ในการพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด“ประเทศไทย 4.0” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ” เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เล็งเห็นความสำคัญของนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะในการจัดการพลังงานที่ดีแก่ประชาชน ผ่านโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในฐานะหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดการยอมรับการพัฒนาพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืนโดยยึดหลักธรรมาภิบาล” กว่า 10 ปี ของการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาพลังงานชุมชน ได้มีการส่งเสริมชุมชนต้นแบบด้านการจัดการพลังงานในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมระดับครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชนพลังงานสีเขียว ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2560 เกิดวิสาหกิจชุมชนลดใช้พลังงานกว่า 188 กลุ่ม สามารถลดการ คิดเป็นมูลค่าพลังงานที่ใช้พลังงานในการผลิต ลดลงกว่า5ล้านบาทต่อปี นับเป็นช่องทางสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านพลังงาน ไปใช้ในการยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กระบวนการหรือรูปแบบการปฏิบัติงานที่ตอบสนอง

จากสถานการณ์และความต้องการของประชาชนข้างต้น ทำให้ส่วนส่งเสริมและพัฒนาพลังงานชุมชน สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการพัฒนากระบวนหรือรูปแบบการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กระบวนการหรือรูปแบบการปฏิบัติงานที่มีการพัฒนาคือ

  • พัฒนาการปฏิบัติราชการจากการตั้งรับเป็นการทำงานเชิงรุก โดยการจัดตลาดนัดพลังงานชุมชนใน 4 ภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้เกิดตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผลิตโดยมีการจัดการพลังงานที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นโอกาสให้ สสช. ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน
  • พัฒนาการปฏิบัติราชการโดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง ภาครัฐคือกระทรวงพลังงาน ร่วมกับภาคเอกชน คือ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ในการสร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลค่าของการสนับสนุนในครั้งนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 บาท (* ค่าเช่าพื้นที่วันละ 3,000 บาท เป็นเวลา 2 วัน = 6,000 บาท)
  • บทวิเคราะห์ ข้อเสนอแนะจากการดำเนินโครการ
    • ตามผลที่คาดหวัง จากการดำเนินการรูปแบบหรือแนวทางในการส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการลดการใช้พลังงานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานกับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
    • การนำองค์ความรู้ด้านพลังงาน ไปใช้ยกระดับคุณภาพสินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิตของประชาชนรวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการผลิตและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • เป็น Model การทำงานที่ควรได้รับการพัฒนาและขยายผล เนื่องจากโครงการขนาดย่อม สร้างคุณค่าขนาดใหญ่ ต้นทุนต่ำ เห็นผลชัด ใช้ระยะเวลาอันสั้น ประโยชน์ถึงประชาชนโดยตรง ในระยะเวลาอันสั้น
    • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานดด้านพลังงาน แต่มา Synergy กัน

 งบประมาณ ค่าเช่าสถานที่—ใช้วิธีขอความอนุเคราะห์จาก บ.  ไม่ได้ใช้งบประมาณของทาง                         ราชการ

ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักส่วนของวิสาหกิจชุมชน–รับผิดชอบตนเอง     ส่วนของเจ้าหน้าที่—เป็นการปฏิบัติราชการตามปกติ ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ