สสช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการลดต้นทุนพลังงานเพื่อการเกษตรและการแปรรูปผลิตทางการเกษตร ภาคใต้

วันที่ 24 – 27 มิถุนายน 2562 นายกณพงศ์ เทพากรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (สสช.) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะทำงานกลุ่มพัฒนาและส่งเสริมพลังงานชุมชนในสังกัด  ลงพื้นที่ตามแผนงานบูรณาการ เยี่ยมชมโครงการลดต้นทุนพลังงานในการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรและการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร งบแผนพัฒนาภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สนับสนุนโดยสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (สสช.)

การลดต้นทุนพลังงานในการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรและการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร เป็นโครงการต่อยอดจากการดำเนินงานตามกระบวนการวางแผนพลังงานชุมชน โครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองด้านพลังงาน และโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง โดยได้นำเทคโนโลยีพลังงานชุมชนที่เหมาะสมกับชุมชนมาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งพลังงานหมุนเวียนนั้นเป็นพลังงานที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีความสะดวกในการใช้งานและง่ายต่อการบำรุงรักษา ชุมชน เกษตรกร บุคลากรในท้องถิ่นสามารถดำเนินการเองได้ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้เกษตรกร ตามทฤษฎีการตลาดในเรื่องต้นทุนต่ำ (Low Cost) และมีความสะดวก (Convenience) ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับจากประชาชนทั่วไปและเกษตรกรอย่างกว้างขวาง
โครงการปีงบประมาณ 2562 จึงได้กำหนดเป้าหมายในการสานต่อการพัฒนาต่อยอดและขยายผล รวมถึงการบูรณาการความรู้การจัดการพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานชุมชน ธนาคารน้ำใต้ดิน และเกษตรแบบแปลงใหญ่ สู่การสร้างต้นแบบชุมชนในการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชนและภาคเอกชน ให้เกิดความร่วมมือประชารัฐในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน นั้น จึงเกิดโครงการลดต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิตและแปรรูปสำหรับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและสร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้นในชุมชน 

โดยสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนจะทำการคัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและศักยภาพในการดำเนินงานในเขตพื้นที่ภาคใต้ จัดตั้งคณะทำงาน อย่างน้อย 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วย ตัวแทนชุมชน ตัวแทนอปท. และพลังงานจังหวัด ในการดำเนินงานร่วมกัน จัดการอบรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและเพื่อทักษะที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ร่วมกันวิเคราะห์หาทางเลือกในการปฏิบัติที่เหมาะสมกับพื้นที่

พื้นที่เป้าหมายในการเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานมีดังนี้

  1. วิสาหกิจชุมชนกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร
    ศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านพะงุ้น 99/1 ม.2 ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร
    กลุ่มวัดคีรีวงศ์ ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร
  2. สหกรณ์เกษตรแปรรูปที่ดินท่าแซะ ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
    กลุ่มเกษตรกรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองผักหนาม ต.ป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงเรียนชีวิต ณ สายรุ้ง ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี
  3. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาทับทิมดอนใคร ม.9 ต.ดอนใคร อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
    วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาบ้านป่าไหม้ ม.1 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
    กลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.ท่าพญา ม.8 ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
  4. กลุ่มเลี้ยงปลาดุกปากครองเก่า ม.2 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลูกหยีพารวย บ้านสำนักกอ ม.3 ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
    กลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านทุ่งโต๊ะหยะ ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
    กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบ้านทุ่งเคียน ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง

1.โครงการลดต้นทุนพลังงานในการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรและการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร ภาคใต้
2.เหตุผลความจำเป็น
จากการดำเนินงานกระบวนการวางแผนพลังงานชุมชน โครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองด้านพลังงาน และโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง โดยได้นำเทคโนโลยีพลังงานชุมชนที่เหมาะสมกับชุมชนมาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งพลังงานหมุนเวียนนั้นเป็นพลังงานที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีความสะดวกในการใช้งานและง่ายต่อการบำรุงรักษา ชุมชน เกษตรกร บุคลากรในท้องถิ่นสามารถดำเนินการเองได้ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้เกษตรกร ตามทฤษฎีการตลาดในเรื่องต้นทุนต่ำ (Low Cost) และมีความสะดวก (Convenience) ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับจากประชาชนทั่วไปและเกษตรกรอย่างกว้างขวาง
โครงการปีงบประมาณ 2562 จึงได้กำหนดเป้าหมายในการสานต่อการพัฒนาต่อยอดและขยายผล รวมถึงการบูรณาการความรู้การจัดการพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานชุมชน ธนาคารน้ำใต้ดิน และเกษตรแบบแปลงใหญ่ สู่การสร้างต้นแบบชุมชนในการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชนและภาคเอกชน ให้เกิดความร่วมมือประชารัฐในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน นั้น จึงเกิดโครงการลดต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิตและแปรรูปสำหรับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและสร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้นในชุมชน
แบบฟอร์มโครงการตามแผนงานบูรณาการ 1
3.วัตถุประสงค์โครงการ (Outcomes)
3.1 เพื่อเป็นการลดต้นทุนกับเกษตรกรในการจัดหาน้ำโดยการส่งเสริมและส่งมอบระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
3.2 เพื่อเป็นสร้างโอกาสในการแข่งขันทางการตลาดของเกษตรกรที่ใช้ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
3.3เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางด้านพลังงานหรือเวลาในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานชุมชนที่เหมาะสมให้กับกลุ่มเป้าหมาย
3.4 เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าพลังงานในการอบแห้งยางพารา โดยการส่งเสริมเทคโนโลยีบ่อหมักก๊าซชีวภาพ และส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมาย
3.5 เพื่อเป็นลดปัญหาเรื่องกลิ่นของน้ำเสียของโรงงานทำยางพาราแผ่นของกลุ่มเกษตรกร
4.เป้าหมายโครงการ (Outputs)
4.1 เกิดกลุ่มเกษตรกรบริหารจัดการน้ำโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 5 แห่ง
4.2 เกิดกลุ่มลดใช้พลังงานในการกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน 9 แห่ง
4.3 เกิดกลุ่มเกษตรกรบริหารจัดการของเสียจากการผลิตยางพาราแผ่น 2 แห่ง
5.กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group)
5.1 กลุ่มเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำในการเพาะปลูก จำนวน 5 แห่ง
5.2 กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มชุมชนที่มีการรวมกลุ่มกันในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จำนวน 9 แห่ง
5.3 กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มสหกรณ์แปรรูปยางแผ่น จำนวน 2 แห่ง
6.ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ(Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes)
6.1 เกิดกลุ่มเกษตรกรบริหารจัดการน้ำโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 5 แห่ง และ สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างน้อยร้อยละ 15 จากเดิม หรือคิดเป็นค่าพลังงานเท่ากับ 18 toe/ปี หรือเท่ากับค่าน้ำมันดีเซล 50,000 บาทต่อปี เพิ่มโอกาสในการทำเกษตรหน้าแล้ง
6.2 เกิดกลุ่มลดใช้พลังงานในการกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน 9 แห่งและ สามารถลดการใช้พลังงานหรือประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน หรือลดเวลาในการแปรรูป ลงได้อย่างน้อยร้อยละ 25 เมื่อเทียบจากเดิม หรือเทียบเท่ากับพลังงาน 21 toe หรือคิดเป็นมูลค่าพลังงาน 136,125 บาท และเพิ่มโอกาสในการขายสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
6.3 เกิดกลุ่มเกษตรกรบริหารจัดการของเสียจากการผลิตยางพาราแผ่น 2 แห่ง ลดต้นทุนด้านพลังงานโดยการใช้เชื้อเพลิง ร้อยละ 30 หรือเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนเทียบเท่ากับ 4.45 toe/ปี หรือเทียบเท่ากับการลด LPG ได้เท่ากับ 119,070 บาทต่อปีและ สามารถลดปัญหาเรื่องกลิ่นจากน้ำเสียลงได้

7.กิจกรรม -วิธีดำเนินการ(Activity)
7.1 ต้นน้ำ :การลดต้นทุนในการจัดหาน้ำเพื่อการเพาะปลูก โดย โซลล่าเซลสูบน้ำ จำนวน 5 แห่ง
7.1.1 พลังงานจังหวัดรับสมัครและคัดสรรชุมชนที่มีความต้องการและความพร้อมในการบริหารจัดการหลังจบโครงการ
7.1.2 ประชุมชี้แจงโครงการกับกลุ่มเป้าหมาย
7.1.3 แต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย อปท./พลังงานจังหวัด/กลุ่มเกษตรกร/หน่วยงานราชการอื่นๆในท้องถิ่น เป็นต้น
7.1.4 จัดทำแผนงานการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำร่วมกัน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆในโครงการ เช่น การใช้พลังงานต่อไร่ต่อรอบ
7.1.5 พลังงานจังหวัดส่งเสริมเทคโนโลยีโซลล่าเซลสูบน้ำ และส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ใช้งาน
7.1.6 จัดเก็บข้อมูลการใช้งานและเปรียบเทียบก่อนหลัง
7.1.7 สรุปผลการดำเนินงาน
7.2 กลางน้ำ :การลดต้นทุนด้านพลังงานในการกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน 9 แห่ง
7.2.1 พลังงานจังหวัดรับสมัครและคัดสรรชุมชนที่มีความต้องการและความพร้อมในการบริหารจัดการหลังจบโครงการ
7.2.2 ประชุมชี้แจงโครงการกับกลุ่มเป้าหมาย
7.2.3 แต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย อปท./พลังงานจังหวัด/กลุ่มเกษตรกร/หน่วยงานราชการอื่นๆในท้องถิ่น เป็นต้น
7.2.4 จัดทำแผนงานการพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆในโครงการ เช่น การใช้พลังงานต่อรอบการผลิต
7.2.5 พลังงานจังหวัดส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานชุมชนที่เหมาะสม และส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ใช้งาน
7.2.6 จัดเก็บข้อมูลการใช้งานและเปรียบเทียบก่อนหลัง
7.2.7 สรุปผลการดำเนินงาน
7.3 กลางน้ำ: ลดต้นทุนค่าพลังงานในการอบแห้งยางพารา โดยการส่งเสริมเทคโนโลยีบ่อหมักก๊าซชีวภาพ จำนวน 2 แห่ง
7.3.1 พลังงานจังหวัดรับสมัครและคัดสรรชุมชนที่มีความต้องการและความพร้อมในการบริหารจัดการหลังจบโครงการ
7.3.2 ประชุมชี้แจงโครงการกับกลุ่มเป้าหมาย
7.3.3 แต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย อปท./พลังงานจังหวัด/กลุ่มเกษตรกร/หน่วยงานราชการอื่นๆในท้องถิ่น เป็นต้น
7.3.4 จัดทำแผนงานการพัฒนาและบริหารจัดการของเสียร่วมกัน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆในโครงการ เช่น การใช้พลังงานต่อแผ่นยางพาราต่อรอบ
7.3.5 พลังงานจังหวัดส่งเสริมเทคโนโลยีระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานยางพารา และเทคโนโลยีอื่นๆที่เหมาะสมและส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ใช้งาน 
7.3.6 จัดเก็บข้อมูลการใช้งานและเปรียบเทียบก่อนหลัง
7.3.7 สรุปผลการดำเนินงาน
8.ตัวชี้วัดกิจกรรม
8.1 มีการอบรมเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 32 ครั้ง จำนวนคน 960 คน
8.2 มีการอบรมถ่ายเทคโนโลยีพลังงาน 16 ครั้ง จำนวนคน 320 คน
8.3 มีการส่งมอบเทคโนโลยีพลังงานให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 16 แห่ง
9.ระยะเวลาดำเนินการโครงการ
12 เดือนหลังจากที่ได้รับอนุมัติโครงการ