สองพี่น้องอาสาสมัครพลังงานชุมชน ตำบลหินซ้อน จังหวัดสระบุรี

มีความประมาณตนใช้พลังงานบนพื้นฐานของความประหยัดไม้ฟุ้งเฟ้อ มีเหตุผลพิจารณาจัดหาพลังงานทดแทนในชุมชนก่อนเสียเงินซื้อหาจากภายนอก ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้กับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้วัตถุดับที่หาได้ในท้องถิ่นมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับปัญหาขาดแคลนพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน

ที่กล่าวมาข้างตนคือหลักปฏิบัติตนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายเจ็น และนายประจักษ์ ต้นเกตุ สองพี่น้องอาสาสมัครพลังงานชุมชน ที่เข้าร่วมโครงการวางแผนพลังงาน โดยการส่งเสริมของสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี มาตั้งแต่ปี 2552 ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ผ่านการเรียนรู้อบรมทักษะความสามารถด้านการบริหารจัดการพลังงานทดแทนประเภทต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการและศักยภาพในชุมชน ซึ่ง บ้านหนองงิ้วผา ม.6 ต.หินซ้อน มีความโดดเด่นด้านการเลี้ยงสัตว์มีฟาร์มหมูที่สามารถนำมาทำแก๊สชีวภาพ มีเศษวัสดุทางการเกษตรสามารถนำมาเผาถ่านเป็นพลังงานทดแทน LPG และ มีวัตถุดิบที่สามารถนำผลิตเตาซุปเปอร์อั่งโล่

การเป็นผู้นำของสองพี่น้องในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และรองนายก อบต. จึงต้องลงมือทำงานด้านพลังงานทดแทนเพื่อเป็นแบบอย่างและต้นแบบให้สมาชิกในชุมชนได้เห็นประโยชน์ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้สองพี่น้องได้พัฒนาพื้นที่ในบ้านตนเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้พลังงานชุมชน ใช้จริง ทำจริง จนประสบความสำเร็จพึ่งพาตนเองได้ มีชุมชนข้างเคียงเข้ามาดูงานมากมาย จนได้รับคัดเลือกเป็นชุมชนต้นแบบพลังงานยั่งยืน ถ่ายทำโฆษณาชุด ”มีพลังงาน มีความสุข” จากกระทรวงพลังงาน สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวบ้านหนองงิ้วผา

หากเช้าไปเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบของสองพี่น้องก็จะได้เห็นกิจกรรมที่หลากหลายเช่น ที่บ้านนายเจ็น ต้นเกตุ มีสาธิตการทำสบู่ น้ำยาเอนกประสงค์ จักรยานสูบน้ำ เตาเผาถ่านแบบโดมขนาด 1,000 กก.ได้ถ่านคุณภาพสูงไว้ใช้และเก็บน้ำส้มควันไม้เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ การใช้ฟืน ถ่าน และแก๊สชีวภาพทดแทนแก๊ส LPG 100% รวมทั้งเป็นวิทยากรศูนย์สาธิตการผลิตเตาซุปเปอร์อั่งโล่แบบครบวงจร จำหน่ายเป็นรายได้เสริมและต้อนรับชุมชนที่อยากมาอบรมพัฒนาความรู้และทักษะการปั้นเตา

ทางบ้านนายประจักษ์ ต้นเกตุ ผู้พี่ มีโครงการ บ่อแก๊สเฉลิมพระเกียรติ ถัง PE (polyethylene) ขนาด 4 ลบ.ม. และเพิ่มถังเก็บแก๊สขนาด 1 ลบ.ม. ผ่านระบบการแยกก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ (H2S)ด้วยแกลลอนบรรจุน้ำมันดีเซล ได้แก๊สชีวภาพคุณภาพสูง สำหรับเดินเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก 5-12 แรงม้า ใช้เดินเครื่องยนต์ขนาดเล็กได้ติดต่อกัน 40 ชม. ลดการใช้น้ำมันเบนซินเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ลิตรหรือ 20 ลิตร/วัน บ่อแก๊สชีวภาพถัง PE ขนาด 4 ลบ.ม.ถือว่ามีความคุ้มค่าเพียงพอและเหมาะสมกับการส่งเสริมในระดับครัวเรือน ระบบดังกล่าวสามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้เฉลี่ยวันละ 2 ลบ.ม. เพียงพอต่อการใช้ในครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิก 8 คนซึ่งใช้แก๊สเทียบเท่า LPG รวมกันเพียง 0.5 กก./วันจึงสามาถทดแทน LPG ได้ 100% จากเดิมที่ใช้ LPG (15 กก.) เดือนละ 1 ถัง นอกจากนั้นแก๊สที่เหลือวันละ 1.5 กก. จากการหุงต้ม จึงนำมาเก็บลงบ่อขนาด 1 ลบ.ม.เพิ่มเติม ปัจจุบัน อส.พน.ประจักษ์ กำลังทดลองการใช้จุลินทรีย์จากหน่อกล้วยเพื่อเร่งระยะเวลาในการหมักแก๊ส ชีวภาพให้เร็วขึ้น และกำลังต่อตะเกียงแก๊สชีวภาพให้แสงสว่างทดแทนหลอดไฟฟ้า เพื่อประหยัดพลังงาน “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น เป็นให้ประจักษ์” ถึงจะเป็นผู้นำชุมชนอย่างแท้จริง สองพี่น้องฝากข้อคิดทิ้งท้ายไว้

สนใจติดต่อ ดูงานพลังงานชมชน บ้านหนองงิ้วผา ม.6 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
โทร : 08-9801-1655,08-6752-9893