สานพลังประชารัฐ สานฝัน จากอาจารย์มหาวิทยาลัย สู่เกษตรกรผสมปุ๋ยใช้เอง และอาสาสมัครพลังงานชุมชน ใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนการเกษตร

จุดเปลี่ยนชีวิตที่ให้หันมาทำอาชีพเกษตรกรเคยจากที่เคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย คือเมื่อก่อนสอนหนังสือและเปิดบริษัทรับตัดต่อวีดีทัศน์ไปด้วย ได้มีโอกาสรับงานตัดต่อเกี่ยวกับเกษตรพอเพียงทำให้เกิดความชอบในวิถีชีวิตแบบเกษตรกร จึงได้ขอลาออกจากที่ทำงานเดินทางกลับบ้านเกิดมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวที่ หมู่ที่ 17 ต.วังชะพลู อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ถึงแม้คุณอเนขจะมาจากครอบครัวเกษตรกรชาวไร่ แต่พ่อและแม่กลับไม่ไม่ได้สอนวิธีการทำเกษตรให้กับเขาเลย คิดเพียงมุ่งมั่นส่งลูกชายเรียนหนังสือให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณอเนข กลับมาที่บ้านมาแบบไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการทำเกษตร เพราะที่ผ่านมาก็ก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือตามที่พ่อแม่ตั้งความหวังไว้ตลอด จึงเริ่มต้นการเรียนโดยดูจากชาวบ้านข้างเคียง หาข้อมูล อ่านหนังสือ สืบค้นในกูเกิล ลองผิดลอง ลองถูกจนปัจจุบันมีความสุขดีกับอาชีพนี้ ส่วนเส้นทางการเป็นวิทยากรเริ่มต้นเมื่อสามปีที่แล้ว คุณอเนขมีโอกาสไปประชุมกับเกษตรอำเภอเรื่องผสมปุ๋ยใช้เอง การวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ ด้วยการที่เคยเป็นอาจารย์ทางด้านนิเทศศาสตร์ การสื่อสารถ่ายทอดเรื่องราวจึงทำได้ดี จนเกษตรอำเภอถูกใจและชักชวนให้มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ประจำอำเภอ เรื่อง การผสมปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้ทุนการผลิต ควบคู่กับการเป็นอาสาสมัครพลังงานชุมชน ที่ส่งเสริมโดยสำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร เรื่อง การผลิตแก๊สชีวภาพจากเศษอาหารในครัวเรือน การเผาถ่านประสิทธิภาพสูง การใช้โซล่าสูบน้ำเพื่อลดต้นทุนการเกษตร ประจำอำเภอ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นอกจากทำไร่มันสำปะหลังแบบลดต้นทุนด้วยวิธีการผสมปุ๋ยใช้เองแล้ว ปัจจุบันกำลังหันมาปลูกพืชสวนผมสม ควบคู่กันไป โดยใช้พลังงานจากโซล่าเซลสูบน้ำร่วมกับระบบน้ำหยด ( โซล่าเซลเคลื่อนที่ 1 ชุด มอเตอร์ 3 แรง 3 เฟส 1 ตัว มูเลย์ 4″ สายเมนน้ำหยด สองนิ้ว ความยาวสายน้ำหยด 100 เมตร / เส้น จะเปิดน้ำได้ครั้งละ 25-30 สาย รดล๊อคละ 45 นาที) ปกติชาวบ้านใช้เครื่องรถไถนาสูบน้ำ พี่ อเนข ไชยเสนา คือหนึ่งในสามของผู้ใช้งาน บอกว่าปกติการทำไร่อ้อย 1 ไร่ใช้น้ำมันดีเซลสำหรับลดน้ำประมาณ 7.12 ลิตรต่อไร่ต่อปี ส่วนถ้าเป็นมันสำปะหลัง ใช้ดีเซล ประมาณ 25 ลิตรต่อไรต่อปี รวมๆแล้วเสียค่าน้ำมันประมาณ 1 หมื่นบาท (อ้อย 14 ไร่ มัน 10 ไร่) รถหนึ่งคันพลังงานกำแพงเพชรให้ใช้ 3 ครัวเรือน ก็ประหยัดไปประมาณ 3 หมื่นบาท ระบบลงทุน 1.5 แสน (ชาวบ้านออกรถและออกแรงประกอบ) นั้นแสดงว่า 5-6 ปีคืนทุน นอกจากลดต้นทุนทางด้านพลังงานแล้วพี่อเนกบอกว่า ได้เพื่อนได้เครือข่ายเยอะขึ้นจากที่มีคนมาดูงานและออกไปเป็นวิทยากร ทำไร่ก็สบายขึ้นเพราะถ้าใช้เครื่องสูบน้ำดีเซลแล้วเสียงดัง ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้เกิดโลกร้อน

ปัจจุบันสำนักงานพลังงาน จังหวัดกำแพงเพชร ส่งเสริมระบบ Solar สูบน้ำแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ ใช้ในพื้นที่การเกษตรที่ไฟฟ้าไม่ถึง 20 ระบบครอบคลุม 6 อำเภอ งบประมาณโดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ปี พ.ศ. 2559
ระบบโซล่าเซลสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ 1 คันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้น้ำมันดีเซลได้กว่าได้ 67.7 kgCO2eq* ต่อ ปี (น้ำมันดีเซล 1 ลิตรปล่อย 2.7080 kgCO2eq)

ที่มา*http://thaicarbonlabel.tgo.or.th/…/emissi…/ts_11335ee08a.pdf

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานพลังงานจังหวัด กำแพงเพชร ตำบล หนองปลิง, ประเทศไทย
ที่อยู่: อาคารศาลากลางจังหวัด ชั้น 4, ถนนกำแพงเพชร-สุโทขัย, ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร, 62000
โทรศัพท์: 055 705 1360890312911