อปท.ต้นแบบระดับประเทศ 4 ภาค กับรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน”

อปท.ต้นแบบระดับประเทศ 4 ภาค

กับรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน”

การประกวด สุดยอดคนพลังงาน กิจกรรมพิเศษเพื่ออาสาสมัครพลังงานชุมชน วิสาหกิจชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีผลงานด้านการพัฒนา ขยายผลพลังงานชุมชนร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีการคัดเลือกและมอบรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน” ผ่านแนวคิด “พลังงานสร้างคน คนสร้างพลังงานยั่งยืน” ในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการจัดการพลังงานที่ดีในระดับชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2560 เพื่อประชาสัมพันธ์ ยกย่องให้เกียรติแก่บุคคล/องค์กร ที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม เป็นต้นแบบในการจัดการพลังงานที่ดีแก่สังคม ในการคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมเข้ารับรางวัล “สุดยอดคนพลังงาน” โดยมี 4 อปท. 4 ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับจังหวัดและผ่านการประเมินจากคณะกรรมการตัดสินจากภาครัฐและเอกชน

โดยได้รับมอบรางวัลจากพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จัดงานมอบรางวัลโดย สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัด กระทรวงพลังงาน ณ ไดมอนฮอล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งรางวัล สาขาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดการพลังงานครบวงจรยอดเยี่ยม คือตำบลต้นแบบที่สามารถผลักดันนโยบายพลังงานชุมชนสู่การปฏิบัติสามารถขยายผลสู่มิติต่างๆ สร้างงาน สร้างอาชีพ ศูนย์เรียนรู้ เครือข่ายสังคมพลังงานยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง 4 อปท. ที่ได้รับรางวัลสุดยอดคนพลังงาน ระดับประเทศ มีผลงานที่โดดเด่นดังนี้

  • ภาคเหนือ : องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล จังหวัดกำแพงเพชร

               ขับเคลื่อนพลังงานชุมชนด้วย “แนวคิดระเบิดจากข้างใน” สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมผ่านการประชุมสภาพลังงานแลกเปลี่ยนความรู้ ทำให้ประชาชนเห็นประโยชน์จากการใช้พลังงานทดแทน สามารถขยายผลแก๊สชีวภาพ ได้กว่า 100 ครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายแก๊สหุงต้ม ค่าปุ๋ยในการเกษตร มีระบบช่างชุมชนซ่อมบำรุง ผ่านกองทุนพลังงานชุมชน มีกลุ่มอาชีพผลิตเทคโนโลยีที่หลากหลายครบวงจร ครอบคลุมทั้งพลังงานชีวภาพ ชีวมวล แสงอาทิตย์ สามารถบูรณาการแผนพลังงานชุมชนสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552  ต่อยอดด้วยทุนสนับสนุนจากภายนอก ความสำเร็จเกิดจากการร่วมมือที่เข้มแข็งของ อาสาสมัครพลังงานชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน และสำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร อาสาสมัครพลังงานชุมชนนำความรู้ที่ได้รับการอบรมปฏิบัติลงสู่ชุมชนจนเกิดการขยายผล จากหมู่บ้านสู่หมู่บ้าน ไปตำบลสู่อำเภอ สร้างเครือข่ายขยายผลสู่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชรเป็นผู้สนับสนุนและให้คำปรึกษา

“รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลสุดยอดคนพลังงาน ระดับประเทศ เพราะทำให้หน่วยงานที่ร่วมมือกันสร้างผลงาน เกิดขวัญและกำลังใจที่จะทำงานเพื่อชุมชนต่อไป โดยพลังงานชุมชนให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี มีการพัฒนาต่อยอด อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำไหล มีเป้าหมายในการขยายผลให้ทั้งจังหวัดตระหนักถึงการใช้พลังงานที่กำลังจะหมดไป และขยายผลเทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้แพร่หลายไปทั่วทั้งในระดับจังหวัด และระดับประเทศ”

 

  • ภาคกลาง : องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว จังหวัดลพบุรี

          เข้าร่วมโครงการกับพลังงานจังหวัดลพบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยร่วมวางแผนเพื่อจัดการพลังงานครบวงจรผ่าน 25 ฐานเรียนรู้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาตำบลได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านพลังงานทดแทนจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถพัฒนาสู่การเป็นชุมชนต้นแบบ มีผลงานที่โดดเด่น เช่น กลุ่มปั้นเตาซุปเปอร์อั่งโล่ที่สามารถใช้ร่วมกับหัวแก๊สชีวภาพได้ การส่งเสริมเตาเผาถ่าน 200 ลิตร นอกจากนี้ยังมีโครงการโซล่าเซลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ปลูกผักอินทรีย์ และการแปรรูปสมุนไพรอบแห้งด้วยโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าลดได้ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร โดยเป้าหมายที่จะทำต่อไปในอนาคต คือ เพิ่มศักยภาพการพัฒนาระบบก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกร (ระดับชุมชน) ในระยะที่ 1 ทั้งหมด 9 ครัวเรือน ปี พ.ศ.2556 สู่การพัฒนาต่อยอดในระยะที่ 2 อีก 130 ครัวเรือน จ่ายก๊าซฯผ่านท่อ HDPE 2 นิ้ว ไปยังครัวเรือนได้ใช้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2557 และในปี พ.ศ.2560 ตำบลท่ามะนาวกำลังพัฒนาต่อในระยะที่ 3 , 4 และ 5 ให้ครอบคลุม 8 หมู่บ้าน 900 ครัวเรือนรวมขนาดบ่อหมักก๊าซชีวภาพได้ 2,400 คิว ก้าวสู่ตำบลปลอด LPG ใน ปี พ.ศ.2561 และเตรียมเซ็นสัญญาซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับธนาคารแห่งประเทศไทย ปีละ 200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ คาดว่าจะสร้างรายได้จากการขายเข้าชุมชนได้กว่า 2.8 แสนบาท ตลอดสัญญา 7 ปี

“คณะทำงานมีภาคภูมิใจกับความสำเร็จ เป็นความตั้งใจที่จะพัฒนาชุมชนให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานทดแทน โดยการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน รางวัลคือสิ่งแสดงความสำเร็จอย่างหนึ่งแต่สิ่งที่เหนือกว่ารางวาลคือการที่ชุมชนสามารถลดรายจ่ายทางด้านพลังงานและร่วมมือกันในชุมชนจนก่อให้เกิดความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้ในอนาคต โดยพลังงานชุมชนมีส่วนช่วยให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน

เกิดช่างชุมชนที่สามารถบริหารจัดการกับปัญหาต่างๆ ของระบบได้

โดยไม่ต้องพึ่งช่างจากภายนอกหรือให้น้อยที่สุด”

 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : สำนักงานเทศบาลตำบลหัวนา จังหวัดหนองบัวลำภู

           เทศบาลตำบลหัวนาและพลังงานจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในชุมชน ภายใต้โครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองด้านพลังงาน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เป็นแนวทางในการดำเนินการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัดและคุ้มค่า เพื่อดำเนินงานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้และจัดตั้งกลุ่มผลิตเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง (เตาซุปเปอร์อั่งโล่) วิสาหกิจลดใช้พลังงานกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ ครัวเรือนต้นแบบสามารถพึ่งพาตนเองและเป็นต้นแบบในการขยายผลให้กับผู้สนใจศึกษาดูงานทั่วประเทศ ผลงานที่โดดเด่น โครงการส่งเสริมการใช้ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการปลูกผักอินทรีย์ บ้านโพธิ์ศรีสำราญ เป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่ากว่า 7 ไร่สู่การสร้างอาชีพเสริม สมาชิก จำนวน 38 คน แต่ละคนจะมีรายได้อย่างต่ำวันละ 300 บาท พร้อมทั้งเก็บผลผลิตส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ตำบลหัวนา ทุกวันอังคาร โดยมียอดการจำหน่ายสูงขึ้น เนื่องจากพืชผักที่ปลูกจากที่นี่ เป็นผักที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี

“สำนักงานเทศบาลตำบลหัวนา หนองบัวลำภู ดีใจ ภาคภูมิใจ อย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ขอขอบคุณภาครัฐ ภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ด้วยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันที่เข้มแข็ง บริหารจัดการด้วยขบวนการกลุ่มอย่างสามัคคีและเป็นระบบ เกษตรกรมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับครัวเรือน และมีเป้าหมายการพัฒนาในอนาคต คือ การขยายกลุ่มเป้าหมายและชุมชน ในการจัดการพลังงานอย่างครบวงจร และให้มีประสิทธิภาพ ให้เกิดความยั่งยืน สืบไป สิ่งสำคัญ คือ การสร้างต้นแบบ รณรงค์ส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป”

                  

  • ภาคใต้ : องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

          ปี พ.ศ. 2549 องศ์การบริหารสวนตำบลทุ่งสง ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน โดยลงพื้นที่ค้นหาแกนนำด้านต่างๆ ในการขับเคลื่อนหมู่บ้านละ 4-5 คน โดยมีเจ้าหน้าที่จากพลังงานจังหวัดเป็นผู้ให้ความรู้ ต่อมาได้มีการจัดฝึกอบรม โดยจัดระบบความสามารถหรือศักยภาพตามกลุ่มคน หลังจากการวิเคราะห์ข้อมูล และศึกษาดูงาน ทำให้คณะทำงานแผนยุทธศาสตร์พลังงานได้กำหนดแผนด้านต่างๆ ในการประหยัดพลังงาน และพลังงานทดแทน ปี 2550 ได้นำแผนลงสู่การปฏิบัติ สามารถผลักดันผ่านสภาบรรจุไว้ในแผนขององค์การบริหารส่วนตำบลด้านยุทธศาสตร์พลังงานและจัดงบประมาณอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ผลงานที่โดดเด่น คือการสร้างช่างชุมชน บูรณาการด้านพลังงานทดแทนสู่โรงเรียน การใช้พลังงานทดแทนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เตาเศรษฐกิจประยุกต์ มาลดต้นทุนในการผลิตหมอนยางพารา สามารถแก้วิกฤตราคายางพาราตกต่ำด้วยการนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มในชุมชน เป้าหมายในการพัฒนาต่อไปในเรื่องของพลังงาน คือ ก้าวต่อไปตามแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งสง จะขยายเพิ่มองค์ความรู้ลงไปสู่คน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตรงกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม สู่ครัวเรือนและชุมชน ตามความเหมาะสม      

“ทางองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งสงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ชึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจ และแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน ไม่ว่าหน่วยงานราชการ ภาคชุมชน คณะทำงาน ผู้รู้ และปราชญ์ชาวบ้าน ทั้งหมดพร้อมที่จะก้าวเดินตามแนวคิดปรัชญาและศาสตร์คำว่าพอเพียง นอกจากนี้พลังงานชุมชนยังมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จ ให้ความรู้ทำให้ได้รู้ว่าพลังงานคืออะไร และมีประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ในการดำรงชีพ และช่วยปรับวิธีคิด ปรับพฤติกรรม มีการรู้จักประหยัดพลังงาน และการสร้างเทคโนโลยีที่จะทดแทนด้านพลังงาน ตั้งแต่ครัวเรือนและในชุมชน นี้คือประโยชน์ที่ได้จากพลังงานชุมชน”