อาสาสมัครพลังงานชุมชน พลังขับเคลื่อนนโยบายพลังงานชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

อาสาสมัครพลังงานชุมชน พลังขับเคลื่อนนโยบายพลังงานชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

อส.พน. หรือ อาสาสมัครพลังงานชุมชน นายเชาวรัช ทองแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนพลังงานระดับทั่วไป สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลว่า อส.พน. หรือ อาสาสมัครพลังงานชุมชน สป.พน. ดำเนินการโดยสำนักงานพลังงานจังหวัด มีการดำเนินมาตั้งแต่ปี 2549 ถึง ปัจจุบัน อส.พน.แบ่งเป็น 7 บทบาทหน้าที่ ดังนี้ 1. อส.พน. บ้านต้นแบบพลังงานชุมชน 2. วิทยากรพลังงานชุมชน 3. นักวางแผนพลังงานชุมชน 4. ช่างพลังงานชุมชน 5. นักวิจัยพลังงานชุมชน 6. นักสื่อสารพลังงาน 7. นักจัดการองค์ความรู้ด้านพลังงาน
จากภาพประกอบตามลำดับเหตุการณ์ปี 2551-2552 มีการพัฒนาอส.พน.ประมาณ 4,800คน ทำบ้านต้นแบบพลังงานชุมชนและวิทยากรพลังงานชุมชน ต่อมาช่วงปี 2553-2556 พัฒนาช่างพลังงานชุมชน ช่วง 2556 มีการยกระดับแผนพลังงานชุมชนไปสู่การศึกษาความเป็นไปได้ในการศึกษาพลังงานขนาดเล็กกับชุมชน ในปีเดียวกันนี้มีความพยายามสร้างนักวิจัยพลังงานชุมชนกับนักสื่อสารด้านพลังงานเพื่อ บอกเล่าให้กับคนในพื้นที่ว่า เรื่องพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว เราสามารถเป็นเจ้าของในการผลิตพลังงานได้ ปี 2561 มีการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ต้นแบบพลังงานชุมชนซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดนักวางแผนพลังงานชุมชนกับนักจัดการองค์ความรู้ด้านพลังงาน ปัจจุบันทั้งประเทศมี อส.พน.อยู่ประมาณ 12,537 คน ซึ่งเป็นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ

บทบาทอาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) กับการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก นั้นจะทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานในพื้นที่ชุมชนที่มีศักยภาพด้านพลังงานทดแทนที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมการจัดทำแผนเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน และการลดใช้พลังงาน โดยมีบทบาทดังนี้ 1.) บ้านต้นแบบพลังงานชุมชน : เป็นตัวอย่างบ้านประหยัดพลังงานทดแทน เก็บข้อมูลการใช้พลังงานบ้านตนเอง 2.) วิทยากรพลังงานชุมชน  : สอน/ฝึกอบรมในการใช้เทคโนโลยีพลังงานต่างๆการประหยัดพลังงานที่ครัวเรือนทำได้ 3.) นักวางแผนพลังงานชุมชน : ผลักดันให้มีการบรรจุแผนพลังงานในแผนพัฒนา ผลักดันให้มีการเก็บข้อมูลพลังงานทุกปี ส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้นแบบด้านพลังงาน 4.) ช่างพลังงานชุมชน : ซ่อม-สร้าง-พัฒนา-ป้องกัน-เทคโนโลยีพลังงาน 5.) นักวิจัยพลังงานชุมชน : สร้างความร่วมมือ เพื่อพัฒนาเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ 6.) นักสื่อสารพลังงาน : ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน สร้างพฤติกรรมการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพของเพื่อนบ้าน  7.) นักจัดการองค์ความรู้ด้านพลังงาน :ค้นหา-ค้นคว้า-ศึกษา-สร้างแนวทางในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาด้านพลังงานอย่างมีส่วนร่วม “อาสาสมัครพลังงานชุมชน คือ ประชาชนที่มีจิตอาสา ทำงานร่วมกับพลังงานจังหวัดในการขับเคลื่อน และพัฒนาพลังงานไทยด้สยแนวคิด รู้-รักษ์-ตระหนัก-สร้าง”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :

“อาสาสมัครพลังงานชุมชน” หมายความว่า บุคคลที่มีความสนใจ มีความเสียสละ อุทิศตนและช่วยเหลือการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆในการทำงานด้านการพัฒนาพลังงานในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสมัครใจเข้าเป็นอาสาสมัคร ภายใต้หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กระทรวงพลังงานกำหนด ใช้ชื่อย่อว่า “อส.พน.” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Local Energy Volunteer” และใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “LEV” และมีการทำงานร่วมกันในลักษณะ“เครือข่ายอาสาสมัครพลังงานชุมชน” หมายความว่า การเชื่อมโยงของ อส.พน. เพื่อการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และประสบการณ์ หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน ในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาพลังงานชุมชนท้องถิ่น ด้วยความเป็นอิสระและเท่าเทียมกันของบุคคล ภายใต้พื้นฐานการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ด้วยความเคารพสิทธิ ซึ่งกันและกัน และใช้หลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โดยใช้ชื่อย่อว่า “เครือข่าย อส.พน.” และเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Local Energy Volunteer Network” ใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “LEV-Network”

มีบทบาทร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ในการนำความรู้ความเข้าใจ ด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ลงสู่ชุมชน ผ่านกิจกรรมโครงการ เช่น โครงการอาสาสมัครนักสื่อสาร โครงการวางแผนพลังงานชุมชน โครงการประหยัดพลังงานในครัวเรือน โครงการขยายผลเทคโนโลยีพลังงาน ทดแทน โครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและใช้ก๊าซชีวภาพ ก๊าซชีวมวล แสงอาทิตย์เป็นต้น โดยบทบาทของ อส.พน. ในการพัฒนาพลังงานชุมชน เมื่อได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ จาก กระทรวงพลังงานแล้ว จะเริ่มต้นจากการทำให้บ้านตนเองเป็นต้นแบบในการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน ในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้เกิดได้จริงเป็นรูปธรรม ร่วมมือกับเพื่อน อส.พน.ในชุมชน ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน การถ่ายทอดความรู้ในการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน การประหยัดพลังงานด้วยวิธีการต่างๆ ให้กับประชาชน และสถานศึกษาในชุมชน จัดทำแผนงานโครงการพลังงานชุมชน ผลักดันให้มีการบรรจุแผนพลังงาน ในแผนพัฒนาร่วมกับ อปท. หน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อบูรณาการงานด้านพลังงานกับมิติต่างๆ เช่น เกษตร การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพ วิสาหกิจชุมชน เพื่อน าไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบพลังงานยั่งยืนต่อไป จากนั้นจะมีการ ขยายความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันเป็นเครือข่ายการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ อส.พน. ต่างชุมชน ผลจากการพัฒนาศักยภาพ อส.พน. อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีอาสาสมัครพลังงานชุมชนกว่า 12,000 คนทั่วประเทศ มีส่วนร่วมในการผลักดันพลังงานชุมชนให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืนเป็น รูปธรรมดังนี้ 
1) สร้างอาชีพด้านพลังงาน สามารถลดการใช้พลังงานในการผลิตต่อกลุ่มได้กว่าร้อยละ 25-60 % 
2) ร่วมพัฒนาแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านพลังงานประจำชุมชน 
3) ร่วมผลักดันแผนพลังงานชุมชนได้รับการบรรจุในแผนพัฒนา อปท. (แผนพลังงานประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านพลังงานในชุมชน ด้านการฟื้นฟู ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และด้านการบูรณาการกับมิติอื่นๆ ในชุมชน) 
4) ร่วมจัดกิจกรรมตลาดนัด นิทรรศการพลังงานชุมชนภายในจังหวัด 
5) ชุมชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้เฉลี่ยประมาณ 2,000 บาท/ปี/ครัวเรือน 
6) ร่วมขยายบ่อแก๊สชีวภาพชุมชน เตาเศรษฐกิจประยุกต์เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ด เตากลั่นสมุนไพร โรง อบแห้งแสงอาทิตย์สามารถทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) เฉลี่ยกว่าร้อยละ 50 หรือประมาณ 1,200 บาท/ปี/ครัวเรือน 
7) ร่วมพัฒนานักวิจัยพลังงานชุมชนที่จะสามารถพัฒนาไปสู่ชุมชนผลิตพลังงานขนาดเล็ก 
8) พัฒนาวิทยากรตัวคูณโครงการรณรงค์ความปลอดภัยจากการผลิตและใช้ก๊าซชีวภาพ ก๊าซชีวมวล แสงอาทิตย์ดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้ในสถานประกอบการ โดยเป็นการให้ความรู้ในสถานประกอบการที่มีการผลิต และใช้ก๊าซชีวภาพ สถานประกอบการที่มีการผลิตและใช้ก๊าซชีวมวล โดยเทคโนโลยี gasification สถาน ประกอบการที่มีการผลิตและใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา 
9) พัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการสื่อสารด้านพลังงานร่วมกับสื่อมวลชนท้องถิ่น การส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างทีมวิทยากรสื่อสารพลังงานจังหวัด
10) เครือข่ายการสื่อสารเพื่อการพัฒนาทัศนคติที่มีต่อการสนับสนุนการพัฒนาโรงไฟฟ้าฐาน
11) สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้โดยสามารถบูรณาการงบประมาณและเข้าถึงแหล่งทุน ต่างๆ สำหรับการพัฒนาชุมชนด้านพลังงานได้มากขึ้น เช่น ทุนจาก สสส. กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ทุนสนับสนุนของ สถานทูตญี่ปุ่น สถานฑูตออสเตรเลีย สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน