“สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกล้วยน้ำว้า ด้วยการผลิตแป้งกล้วยจากพลังงานทดแทน”

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ กล้วยน้ำว้า ด้วยการผลิตแป้งกล้วยจากพลังงานทดแทน” คุณโกศล แสงทอง ประธานเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เกิดจากแนวคิดครบวงจรกับการใช้พลังงานสะอาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ได้มาจาก วัตถุดิบในท้องถิ่น ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมโดยรวม”

 ชุมชนป่าเด็ง อ.แก่งกระจานจ.เพชรบุรี ประกอบอาชีพเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ปลูกมะนาว กล้วย และพืชผัก พื้นที่ในการปลูกกล้วยน้ำว้าในตำบลป่าเด็ง ประมาณ 2,500 ไร่ ผลผลิตประมาณ 3,000 ตันต่อปี ปัญหาที่พบ เกษตรกรขายกล้วยน้ำว้าสด ไม่มีการแปรรูปทำให้ราคาผลผลิตไม่แน่นอน ส่วนใหญ่ราคาถูก ดังนั้นจึงดำเนินโครงการ “สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ กล้วยน้ำว้า ด้วยการ ผลิตแป้งกล้วย” เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยกล้วยน้ำว้าที่มีในชุมชน นำพลังงานหมุนเวียนแก๊สชีวภาพและแสงอาทิตย์มาใช้ในการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากกล้วยน้ำว้า อย่างครบวงจร ด้วยการผลิตแป้งกล้วยซึ่งได้ส่งโครงการเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่น 5 จัดโดย ปตท.ในปี 2561 ที่ผ่านมา

วางเป้าหมายแปรรูปกล้วยสดปีละ 144 กิโลกรัม สามารถเพิ่มมูลค่าได้ 144,000 บาทต่อปี และนำพลังงานหมุนมาใช้ในการอบกล้วย ช่วยลดการปลดปล่อย CO2 ได้ปีละ 522 กิโลCO2 ลดการใช้ LPG ได้ปีละ 4,400 บาท เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 52 ต้น เป้าหมายเชิงคุณภาพ โดยจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนดังนี้

1.) สร้างความมั่นคงให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ ด้วยการส่งเสริมอาชีพด้านการแปรรูป เป็นต้นแบบการจัดการกล้วยอย่างครบวงจร

2.) ผลทางด้านเศรษฐกิจ 1.สร้างรายได้จากการขายแป้งกล้วย ในรูปแคปซูล จำนวน 144 กิโลกรัมละๆ 1,000 บาท คิดเป็นเงิน 144,000 บาทต่อปี 2. รายได้จากการขายในรูปผลิตภัณฑ์ เช่น บราวนี่ ขนมเค้ก ท้องม้วน คิดเป็นรายได้ 28,000 บาทต่อปี 3. ลดรายจ่ายจากการใช้แก๊ส LPG 11 ถังต่อปี คิดเป็นเงิน 4,400 บาท

3.) ผลดีต่อสังคม 1.มีฐานการเรียนรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ในสถาบันการเรียนรู้ 2.มีวิทยากรประจำฐานการเรียนรู้ เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแป้งกล้วย ค่าตอบแทน ชั่วโมงละ 600 บาทปีละ 24 ครั้ง 14,400 บาท 3.สามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง

4.) ผลดีทางสิ่งแวดล้อม 1.สามารถกำจัดขยะอินทรีย์(เปลือกกล้วย) จำนวน 280 กิโลกรัมต่อปี ด้วยการนำมาใส่ในระบบแก๊สชีวภาพ 2.ลดการปลดปล่อย CO2 ได้ 522 กิโลกรัม CO2 ต่อปี 3.ได้ปุ๋ยหมักจากระบบแก๊สชีวภาพ จำนวน 1,200 กิโลต่อปี 4.ลดปัญหาเรื่องกลิ่น และแมลงรบกวน 5.ช่วยกำจัดแหล่งเพราะพันธุ์เชื้อโรค

คุณจุฑารัตน์เลขานุการกลุ่มกล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของโครงการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน เหตุผล 1.ศึกษาข้อมูลเป็นระบบ ทำการรวบรวมข้อมูลการปลูกกล้วยในพื้นที่ 2.สร้างความเข้าใจและอยากทำ นำปัญหามาพูดคุยในที่ประชุมจึงสนใจนำกล้วยมาทำแป้ง 3.ภูมิสังคม การผลิตแป้งกล้วยสอดคล้องกับการปลูกกล้วยในตำบลป่าเด็ง 4.ทำงานแบบองค์รวม วิสาหกิจเครือข่ายฯและหน่วยงานอื่นๆ 5.ประหยัด นำพลังงานสะอาดมาใช้ประโยชน์และวัตถุดิบในท้องถิ่น 6.มีส่วนร่วม 5 รวม คิด วางแผน ปฏิบัติ ประเมิน/สรุป/รับผล 7.ยึดประโยชน์ส่วนรวม แก้ปัญหากล้วยในพื้นที่และส่งเสริมอาชีพแปรรูป 8.พึ่งตนเอง ทุกขั้นตอนในการผลิตใช้วัสดุในท้องถิ่นและพลังงานหมุนเวียน 9.ทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับงานที่เราทำ เป็นพัฒนาชุมชนครบทุกมิติด้วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ กล้วยน้ำว้า ด้วยการผลิตแป้งกล้วยจากพลังงานทดแทนอย่างแท้จริง”