GIZ และ สสช. นำเจ้าหน้าที่ศึกษาดูงานการพัฒนาเทคโนโลยีโซล่าเซลกระแสตรงในระดับครัวเรือน

GIZ และ สสช. นำเจ้าหน้าที่ศึกษาดูงานการพัฒนาเทคโนโลยีโซล่าเซลกระแสตรงในระดับครัวเรือน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (สสช.) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไทย-เยอรมัน ด้านพลังงาน (Thai – German Climate Change Policy Programme : TGCT – Energy จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเทคโนโลยีโซล่าเซลขนาดเล็ก ณ บริษัทโฟเซร่า ประเทศไทย โดยคุณทรงธรรม ผู้จัดการ บริษัทโฟเซรา ประเทศไทย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปนวัตกรรมที่เกี่ยวกับ DC Solar Home System ที่ใช้เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LiFePO4) ประสิทธิภาพสูงออกแบบโดยวิศวกรจากประเทศเยอรมัน และพาคณะเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตระบบโซล่าเซลขนาดเล็กระดับครับเรือนซึ่งมียอดการส่งออกติดอันดับ 7 ของประเทศไทย 
จากนั้นโดยคุณ Peter. Adelmann ผู้ก่อตั้งบริษัท Fosera และ BOS และได้รับรางวัลไอน์สไตน์ ปี 2016
จากการพัฒนาด้านโซล่าเซล์และระบบจัดเก็บพลังงาน กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท ว่าปัจจุบันมีประชากรของโลกมากกว่า 1.7 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้พวกเขาอาศัยอยู่ off-grid “พื้นที่ไฟฟ้าสายส่งเข้าไม่ถึง” ระบบ Fosera ช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ สะอาดได้อย่างอิสระให้กับประชากรในชนบททั่วโลกโดยใช้ส่วนประกอบที่มีคุณภาพสูงระบบปลั๊กแอนด์เพลย์ใช้ง่าย ติดตั้งง่าย สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ ทีวี การบำรุงรักษาน้อย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2011 สำนักงานใหญ่ของ Fosera ตั้งอยู่ใกล้ Ulm ที่ Illerkirchberg ประเทศเยอรมนี ซึ่งระบบคุณภาพสูงได้รับการออกแบบพัฒนาและทดสอบโดยทีมวิศวกรที่สร้างสรรค์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LED ที่มีประสิทธิภาพสูงและการออกแบบโมดูลาร์ช่วยให้ระบบสามารถขยายขนาดไปพร้อมกับความต้องการของผู้ใช้ Fosera ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนที่เป็นลูกค้า 42 ประเทศในทวีปแอฟริกา ด้วยสายการผลิตในท้องถิ่นหลายแห่ง Fosera มีงานด้านเทคนิคการแบ่งปันข้อมูลและการสื่อสารที่ต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเชื่อมต่อโดยตรงกับความต้องการของผู้ใช้ระบบ เมื่อความต้องการของชุมชนมีวิวัฒนาการ Fosera ก็มีวิวัฒนาการควบคู่ไปกับตลาดที่กว้างใหญ่ขึ้นและกำลังเติบโตในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยคุณ Peter ให้ความเห็นแนวทางการพัฒนาโซล่าเซลกระแสตรงในพื้นที่ไฟฟ้าสายส่งเข้าไม่ถึง ดังนี้ สำหรับการใช้ระบบกระแสตรง (DC) นั้น เป็นแนวทางที่นำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด หากถามว่าทำไมถึงใช้ระบบ DC ก็เพราะว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนมากใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เช่นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา เป็นต้น ไฟฟ้าที่ระบบโซล่าเซลล์ผลิตขึ้นจะอยู่ในรูปแบบ DC และจะมีการกักเก็บในรูปแบบ DC ในแบตเตอรี่ เช่นเดียวกัน หากต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบกระแสสลับ (AC) ไฟฟ้า DC นี้จะต้องถูกแปลงเป็น AC เพื่อส่งเข้าระบบสายจำหน่ายสายส่ง และเมื่อส่งไฟฟ้าไปถึงผู้ใช้ ในที่สุดแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ตัวจะแปลงไฟฟ้า AC นี้กลับมาเป็น DC อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในกระบวนการทั้งหมดนี้นำไปสู่ความสูญเสียหลายส่วน
สำหรับในพื้นที่เขตเมือง ระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้จำนวนมากทำงานภายใต้ระบบ AC ดังนั้น ระบบ AC จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งต้องการเพียงแค่เครื่องทำน้ำอุ่น หรือตู้เย็น ระบบกระแสตรงของ Fosera นั้นจะเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด (ค่าใช้จ่ายสำหรับระบบ AC อาจสูงกว่าเกือบ 5เท่า) ดังนั้น DC เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ประเทศไทยเคยมีโครงการของภาครัฐเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว (ประมาณปี พ.ศ. 2546) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการทำให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลได้มีไฟฟ้าใช้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เนื่องจากภาครัฐพยายามที่จะนำไฟฟ้าในระบบ AC ไปให้ผู้คนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ผู้คนเหล่านั้นมีความคาดหวังที่สูงกับตัวระบบที่ลงไปติดตั้ง โดยเข้าใจผิดว่าเมื่อมีระบบไฟฟ้า AC แล้วก็สามารถใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทุกอย่าง เช่น หม้อหุงข้าว (ซึ่งระบบที่ลงไปติดตั้งไม่มีกำลังเพียงพอ) ดังนั้น โครงการนี้จึงไม่ประสบความสำเร็จ และส่งผลให้ตลาดในประเทศไทยเกิดความเสียหายขึ้น
สำหรับบริษัท Fosera เอง ได้ใช้แนวความคิดและกระบวนการดำเนินงานของภาคเอกชน โดยได้มองว่าผู้คนในพื้นที่ห่างไกลก็มีกำลังซื้อในระดับหนึ่งสำหรับระบบหรืออุปกรณ์ซึ่งมีราคาไม่สูงจนเกินไป ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า

ชมคลิปเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/phirat.inphanich/videos/a.10217276140484013/10217276168724719/?type=3