Koh Jik ReCharge ปฏิบัติการฟื้นฟูระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานสู่ความยั่งยืน

Koh Jik ReCharge ปฏิบัติการฟื้นฟูระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานสู่ความยั่งยืน

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรทั้ง 11 คน จาก 9 ประเทศ และ 7 สาขาวิชาที่แตกต่างกัน พวกเขาคือทีมนักศึกษาปริญญาโทชั้นปีที่ 2 ในหลักสูตรของ European Institute of Innovation & Technology (EIT) ซึ่งมีคุณธนัย โพธิสัตย์ นักศึกษาไทยเป็นหัวหน้าโครงการ Koh Jik ReCharge ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า เกาะจิกเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเพียง 40 นาที มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 100 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เกาะจิกไม่ได้เชื่อมต่อกับหน่วยงานการไฟฟ้าหลักจากฝั่ง แต่มีการผลิตไฟฟ้าใช้ภายในหมู่บ้านบนเกาะด้วยระบบไมโครกริดจากพลังงานทดแทนด้วยตัวเอง ทำให้เป็นชุมชนอ๊อฟกริดอย่างแท้จริง ชุมชนเกาะจิกมีไฟฟ้าใช้จากการผลิตจากระบบไมโครกริดมาตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตัวระบบนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และส่วนประกอบที่สำคัญบางส่วนเช่น แบตเตอรี่ ได้เสื่อมประสิทธิภาพและกำลังจะหมดอายุลง หากไม่มีการแก้ไขระบบไมโครกริดจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าให้ทางชุมชนเกาะจิกได้ใช้อย่างที่ผ่านมาและต้องมีการใช้น้ำมันดีเซลที่ไม่ยังยืนเพิ่มเติมเพื่อผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของชุนชน
โครงการรีชาร์จมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงระบบบนเกาะโดยการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรดที่มีอยู่ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติและมิเตอร์ดิจิตอลที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่สะอาดและมั่นคงให้กับชุมชนแล้ว ยังรวมถึงการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 7, 9 และ 13 โครงการนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงระบบไมโครกริดรูปแบบใหม่โดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แผงโซล่าเซลล์และน้ำมันดีเซล โดยมีส่วนของพลังงานทดแทนที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังต้องการแสดงให้เห็นว่าระบบไมโครกริดนั้นสามารถคงอยู่อย่างยั่งยืนได้ด้วยตนเองหลังจากที่ได้รับทุนสนับสนุนและยังสามารถมีผลตอบแทนให้ทางผู้สนับสนุนภาคเอกชนจากการพัฒนาโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับชาวบ้านในชุมชนเกาะจิกที่มีรายได้น้อย โครงการรีชาร์จเป็นโครงการที่มีระยะเวลา 1 ปีเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน ปี 2561 โมเดลธุรกิจของโครงการเกาะจิกรีชาร์จจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น สำหรับการออกแบบโครงการแบบใหม่นั้นจะทำให้บางส่วนของโมเดลจัดการได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่นการจัดเก็บค่าบริการและการจัดเก็บข้อมูลจากมิเตอร์ ทีมของเราจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางชุมชนรวมถึงปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการแบบมืออาชีพให้กับบุคลากรสำนักงานไฟฟ้าพลังงานทดแทนบ้านเกาะจิก ESCO (Energy Service Company

สำหรับการออกแบบและอัพเกรดระบบนอกยังมีทางผู้สนับสนุนคอยช่วยให้คำปรึกษาในด้านงานวิศวกรรมและการจัดซื้ออุปกรณ์ก่อนและระหว่างการติดตั้งอีกด้วย โดยการชำระเงินคืนให้กับทางบริษัทเงินทุนเอกชนจะดำเนินการผ่านบัญชีของชุมชน ในขณะที่สินทรัพย์ทั้งหมด (ที่จะติดตั้งใหม่และที่มีอยู่ในปัจจุบัน) จะเป็นของชุมชนเกาะจิก ณ ขณะนี้โครงการได้ผู้ร่วมมือในการสนับสนุนการอัพเกรดระบบนั่นคือบริษัท Blue Solar และ Symbior Solar ซึ่งค่าใช้จ่ายของโครงการทั้งหมดคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 ล้านบาทโดยประมาณ นอกจากนี้โครงการก็ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้เปล่าที่ได้จากการเขียน proposal ไปยัง Australian Embassy Bangkok direct aid program เพื่อขอทุนสนับสนุนการติดตั้ง smart meter ให้ชุมชน จำนวน 650,000 บาท โครงการนี้ถือเป็นการสานพลังความร่วมมือในการจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนและสถาบันการศึกษา เช่น สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กระทรวงพลังงาน (สสช.) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) คุณธนัยกล่าวทิ้งท้าย
สรุปประเด็นการออกแบบระบบเกาะจิกฯ วันที่ 20/03/2019
1. จากการติดตามข้อมูลโหลดการใช้ที่เก็บได้จากระบบติดตามข้อมูล (Systems Monitoring Unit) พบว่าเกาะจะมีการใช้ไฟเฉลี่ยปีละ 94,900 unit/ปี มีพีคช่วงเช้าและช่วงเย็นประมาณ 20-25 kW
2. ทีมงานได้ทำ simulation โดยใช้โปรแกรม HOMER PRO เพื่อหาขนาดอุปกรณ์เหมาะสมในการปรับปรุงระบบพบว่า
2.1 ควรเพิ่มกำลังการผลิตแผงจากเดิม 40 kWp เป็นทั้งหมด 80 kWp
2.2 เปลี่ยนแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดเป็นแบต Li-ion ที่มีขนาด 240-260 kWh เพื่อให้สามารถจ่ายและชาร์จพลังงานได้ในช่วงกลางวันและนำไปจ่ายช่วงกลางคืนได้มากขึ้น
2.3 เปลี่ยนเครื่อง generator ให้อยู่ในช่วง 35-50 kW เพื่อเป็น back-up ในการจ่ายไฟเมื่อแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ
3. ปรับแผนการบริหารจัดการใหม่
3.1. ช่วงเวลา 8.00-16.00 น. กลางวันจ่าย PV แบบ On-Grid (nobatt)
3.2 ช่วงเวลา 16.00-6.00 น. กลางคืนจ่ายจาก battery ก่อน
3.3 ช่วงเวลา 6.00-7.00 น. เมื่อถึง setpoint ที่ตั้งไว้ (แบตเหลือ10-20% ของความความจุ) จะจ่ายจาก Generator+ชาร์จแบต โดยจะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ซี่งจะตั้งให้มีการ Auto Charge จาก GEN
จากระบบใหม่นี้จะทำให้ค่าน้ำมันดีเซลจากเดิมปีละ 5-6 แสนบาทจะลดลง (80%) เหลือ 1.5 แสนบาทต่อปี และมีสัดส่วนพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น RE Share 80% (โดยเฉลี่ย 20 ปี) จากเดิม 50%
4. การจ่ายค่าไฟจะเป็นระบบเติมเงิน (จ่ายก่อนใช้) โดยมีการปรับโครงสร้างราคาให้สะท้อนต้นทุนการผลิตและให้กลุ่มมีเงินสะสมมากพอที่จะปรับปรุงระบบเองได้
5. ค่าปรับปรุงระบบทั้งหมดประมาณ 6-7 ล้านบาท รวมค่าอุปกรณ์+ขนส่ง+ติดตั้ง
6. โครงการได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตออสเตรียประจำประเทศไทย ภายใค้โครงการ DAP มูลค่า 6.5 แสน เพื่อเปลี่ยนมิเตอร์แบบจานหมุนที่ใช้อนู่ในปัจจุบันเป็นแบบ digial meter ที่รองรับการเก็บเงินแบบจ่ายก่อนใช้

แนวคิดโครงการฟื้นฟูระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานบ้านเกาะจิก (https://www.kohjikrecharge.com/) จาก นศ.ป.โท EU สร้างโมเดลธุรกิจร่วมโดยดึงเอกชนมาลงทุนร่วมกับชุมชนโดยมีภาครัฐและเอกชนเป็นที่ปรึกษา เพื่อปรับปรุงระบบให้ทันสมัยและมีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพให้เลี้ยงตัวเองได้ ภายใต้สัญญาความร่วมมือระยะยาว
วัตถุประสงค์การมาร่วมโครงการรีชาร์จของเอกชน เพื่อปูความเข้าใจร่วมกัน ดังนี้1.เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจไฟฟ้าแบบผสมผสานบนเกาะที่จัดการ แบบ smart ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้จริงโดยเอกชนเแนพี่เลี้ยงและขอทุนคืนพร้อมกำไรเล็กน้อยก่อนมอบระบบทั้งหมดให้ชุมชนบริหาร 100% หลังครบสัญญาที่ทำไว้
2. เอกชนมองว่าการทำโครงการแบบให้เปล่าหรือ CSR ไม่สามารถตอบโจทย์ความยั่งยืนของชุมชนระยะยาวได้ เพราะการทำโครงการให้เปล่านั้นทำได้อย่างจำกัดเนื่องจากงบประมาณของผู้ให้มีขีดจำกัด แต่การลงทุนที่มีผลตอบแทนในระดับที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไม่จำกัดครับ 
3. สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ของชุมชนผ่านรูปแบบหุ้นส่วน มีส่วนร่วมในการจัดการโครงการ ทำให้เกิดการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้เองต่อไปในระยะยาว
 
สถานะผลประกอบการปัจจุบันของกลุ่มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานบ้านเกาะจิก อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีกำไรสะสมประมาณ 1 ล้านบาท แต่มีค่าเปลี่ยนแบต 2 ล้าน จึงไม่เพียงพอ 
สรุป 15 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการและชุมชนเกาะจิกก็ได้มีความพยายามเรียนรู้ ปรับตัวตามสถานการณ์ให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งต้องรับมือกับการเข้ามาสนับสนุนจากหลายหน่วยงานที่ขาดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถซึ่งต้องชื่มชมในการต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้จนถึงปัจจุบันนี้
 

เรียงลำดับเหตุการณ์ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสานชุมชนเกาะจิก ในรอบ 15 ปี 2547-2562 (ข้อมูลจากการพูดคุยสอบถามคณะกรรมการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนบ้านเกาะจิก)
1. ปี 2547 มจธ.ได้รับงบประมาณจากกองทุนกระทรวงพลังงานสร้างระบบไฟฟ้าผสมผสาน เริ่มจ่ายไฟ 8 กันยายน พ.ศ 2547 อัตราค่าไฟฟ้าเริ่มต้น 12 บาท/ยูนิต
(โซลาร์เซลล์ 7.5 กิโลวัตต์ ดีเซลฯ 60 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ 252 ยูนิต
โหลด 265 ยูนิต/วัน) ข้อมูลจาก (.ppt_www.cesi.kmutt.ac.th) เงินลงทุน 9,999,497 บาทรวมปักเสาลากสายเมน จัดตั้งรูปแบบบริษัทมีฝ่ายบริหารมีพนักงานจ้างช่างการเงินมาทำงาน กรรมการกู้ออมสิน 1.2 ล้าน ซื้อ มิเตอร์แบบบัตรเติมเงิน และเดินสายไฟฟ้าเข้าบ้าน ชาวบ้านสมทบคนละ 5,000 บาท เพื่อให้ระบบสมบูรณ์ ในช่วงนั้นชุมชนได้เรียนรู้การซ่อมบำรุงระบบด้วยตนเอง เช่น มีเหตุการอินเวอร์เตอร์ขัดข้องต้องมีการตั้งค่าเซ็ตอัพใหม่ชุมชนโทรคุยวิธีการตั้งค่าและทำตามจนระบบกลับมาใช้งานได้
2. ปลายปี 2550 เกิดวิกฤตไฟฟ้าระบบ SMA 3 kW. 3 ตัว ชำรุดจากการใช้เกินกำลังในการสูบน้ำ ส่งคืนไม่มีการซ่อมบำรุง ต้องกลับไปใช้น้ำมันปั่นไฟ ค่าน้ำมันบางเดือนสูงกว่าค่าน้ำมัน เริ่มขาดทุนสะสม กลุ่มไฟฟ้าต้องยืมเงินสถาบันการเงินเพื่อซื้อน้ำมัน ปั่นไฟบางเวลาช่วงนั้น ค่าไฟขยับตั้งแต่ 12 บาท 17 บาท สูงสุดแตะ 30 กว่าบาท 
3. ปี 2553 ออมสินสนับสนุนทุนให้เปล่า 1 ล้านบาท ซื้อระบบ SMA เปลี่ยน 3 ตัว + การเดินระบบภายในอาคารคุณ เริ่มมีกำไรกลับมาบ้าง ทยอยเปลี่ยนมิเตอร์เติมเงินเนื่องจากชำรุดไม่มีอะไหล่ (2551-2552) ปรับเป็นจานหมุนบางส่วนชาวบ้านซื้อมิเตอร์เองจนเป็นจานหมุน 100% ต่อมาแบตชุดแรกเริ่มเสื่อมน้ำมันกลับมาใช้เพิ่มขึ้นทำให้เกิดขาดทุนสะสมอีกครั้ง ส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่าย เริ่มจากลดเงินเดือน พนักงานจ้างลาออก(2550-2552) เฮียช้างจากกรรมการบริหารต้องมาทำงานแทน เก็บเงิน ซ่อมบำรุง ซื้อน้ำมันมาเติม เปิดปิดระบบ เติมน้ำกลั่น อัดจาระบี เดินสายไฟ
4. ปี 2553-2554 อบจ.เปลี่ยนแบต 1 ล้าน+กังหัน 2.5 ล้าน (กังหันชำรุดหลังจากใช้ไปไม่ถึงปี)
5. ปี 2554 ชุมชนซื้อ Gen มือสอง 50 kWh. แทนชุดแรกเมื่อปี 2547 เพราะค่าบำรุงรักษาแพง แบตชุดสองเริ่มเสื่อม จึงใช้ Gen เป็นหลัก จากนั้นในปี 2556 เกิดภาวะขาดทุนรายจ่ายน้ำมันมันพุ่งสูงแตะ 1 ล้านกว่าบาท
6. อินเวอร์เตอร์ SMA 1 ตัวจากออมสินชำรุดคุณการุณ(ผู้รับงานติดตั้งจากออมสิน)ถอดเอาไปซ่อมนาน 2 ปี ผญ.ตามคืนได้ปี 2559
7. จากภาวะขาดทุนสะสมปี 2556 ปี 2557 อบจ.สนับสนุนระบบใหม่มูลค่า 6,940,000 บาทประกอบด้วยแผง 250 W 162 แผง = 40.5 kW. อินเวอร์เตอร์ 240VDC 60 kW. แบตเตอรี่ 2V 1000 Ah 120 ลูก อนุกรม 24 ลูก 48V 5 ชุดอนุกรมกันได้ 240V 5000 Ah ใช้ร่วมกับเครื่องปั่นไฟน้ำมันดีเซล ขนาด 50 kW. (โดยไม่ได้เชื่อมกับระบบเดิม) ทำให้ประหยัดค่าน้ำมันลงเฉลี่ยนปีละ 12,500 ลิตร เมื่อเทียบกับช่วงปี 2553-2556 มีการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ย 35,500 ลิตร 994,000/ปี บาท ปัจจุบัน 2557-2560 มีการใช้เฉลี่ย 23,000 ลิตร 644,000 บาท/ปี ประหยัด 12,500 ลิตร 350,000 บาท/ปี เริ่มมีกำไรเข้ากลุ่ม ข้อสังเกต*ค่าไฟเดิมก่อนปี’57 unit ละ 17 ปรับลด 13 บาท
8. ปี 2560-2562 แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม จาก PV 60:40 เป็น Gen 60:40 ค่าจ่ายน้ำมันเฉลี่ยเพิ่มจาก 644,000 บาท/ปี เป็น 740,000 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 96,000 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สถานะผลประกอบการปัจจุบันของกลุ่มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานบ้านเกาะจิก อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีกำไรสะสมประมาณ 1 ล้านบาท แต่มีค่าเปลี่ยนแบต 2 ล้าน จึงไม่เพียงพอ 
สรุป 15 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการและชุมชนเกาะจิกก็ได้มีความพยายามเรียนรู้ ปรับตัวตามสถานการณ์ให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งต้องรับมือกับการเข้ามาสนับสนุนจากหลายหน่วยงานที่ขาดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถซึ่งต้องชื่มชมในการต่อสู้อย่างไม่ยอมแพ้จนถึงปัจจุบันนี้
9. กลางปี ’61 ทีมเกาะจิกรีชาร์จได้เขียน proposal ไปยัง Australian Embassy Bangkok direct aid program เพื่อขอทุนสนับสนุนการติดตั้ง smart meter ให้ชุมชน Concept มิเตอร์เติมเงินของ edmi สำหรับเกาะจิกมิเตอร์ MK32 โดยหลักแล้ว token ที่ generate ออกมา unique เพื่อป้องกันการโกง ยอดเงินคงเหลือจะถูกบันทึกไว้ในมิเตอร์เป็นหลัก มิเตอร์จะมี 3g module เพื่อส่งข้อมูลไปยัง server อีกทีเพื่อให้เรียกดูผ่าน internet ได้ หรืออีกทางคือส่งเป็น sms แจ้งยอด ส่วนของมิเตอร์ทีมเกาะจิกรีชาร์จได้เขียน proposal ไปยัง Australian Embassy Bangkok direct aid program เพื่อขอทุนสนับสนุนการติดตั้ง smart meter ให้ชุมชน
สถาฑูตออสเตรเลียได้โอนเงินเข้าบัญชีเกาะจิกแล้ว 650,000 บาท หักค่าโอน 12 บาท เข้าจริง 649,988 บาท
สรุปเรื่องการสั่งซื้อมิเตอร์ตามใบเสนอราคาจากบริษัท EDMI ประเทศไทย
1. มิเตอร์ ยี่ห้อ EDMI รุ่น MK32 1 เฟส ขนาด 5/60 A ราคามิเตอร์ละ 5000 บาท ทั้งหมด 110 เครื่องเป็นเงิน 550,000 บาท
2. ระบบ Prepaid หรือระบบเติมเงินราคา 150,000 บาท

รวมยอดเงิน 700,000 บาท
บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% อีก 49,000 บาท (ชุมชนสมทบจากเงินออมของกลุ่มไฟฟ้า)
ยอดรวมทั้งสิ้น 749,000 บาท แนวคิดโครงการฟื้นฟูระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานบ้านเกาะจิก (https://www.kohjikrecharge.com/) จาก นศ.ป.โท EU สร้างโมเดลธุรกิจร่วมโดยดึงเอกชนมาลงทุนร่วมกับชุมชนปรับปรุงระบบให้ทันสมัยและมีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพให้เลี้ยงตัวเองได้ ภายใต้สัญญาความร่วมมือระยะยาว
10. ตัวเลขที่น่าสนใจ 
21.7 ล้านบาท คือเงินลงทุนทั้งให้เปล่าและกู้ ตลอด15 ปีที่ผ่านมา 
60 kWh. PV คือกำลังติดตั้งของแผงที่กระจายอยู่ในเกาะแต่ไม่เชื่อมระบบกัน มีเพียง 40 kWh. เท่านั้นที่นำมาผลิตไฟฟ้าป้อน 100 ครัวเรือน 
10 kWh. คือค่าเฉลี่ยนต่ำสุดที่ 100 ครัวเรือนใช้ 
25 kWh. คือค่าสูงสุด 
265 kWh. คือการใช้รวม 24 ชม.ของชุมชน 
3 ชม.คือค่าเฉลี่ยเวลาที่ไฟดับ 
150 หน่วย 2,000 บาท คือสถิติจำนวนการใช้สูงสุดของครัวเรือน ต่ำสุดคือ 690 บาทต่อเดือน 75% คือกลุ่มที่ใช้ไฟเกินเกิน 60 หน่วย/เดือน 
7.8 ตันคือน้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 120 ลูกที่ชุมชนช่วยกันขน 
2 เดือนคือเวลาที่กังหันลมทำงานก่อนชำรุดตลอดกาล 
20 ครั้งต่อวันคือการเดินดูแลระบบไปกลับบ้านกับโรงไฟฟ้าของเฮียช้าง ปัจจุบันเหลือ 6 ครั้ง/วัน แบ่งเป็นช่วงเช้าเดินมาเปิดเจนช่วงเช้า 05.00 น.- 07.00 น.ช่วงเย็น 16.00-18.00 เดินเจนแบบ bypass คือยังไม่ได้ชาร์จเข้าแบต
18.00-23.00 เดินเจนพร้อมกับการชาร์จแบต

ข้อมูลอ้างอิงจาก : https://www.kohjikrecharge.com
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการ Kho Jik ReCharge : https://www.kohjikrecharge.comและ https://m.facebook.com/KohJiKReCharge/