แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.)

แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) ระดับจังหวัด
 
การพัฒนาศักยภาพ อส.พน. โดยกระทรวงพลังงานภายใต้โครงการวางแผนพลังงานชุมชน สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนมีการฝึกอบรมทบทวนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะการฝึกอบรมทักษะการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างนักพัฒนาพลังงานชุมชนที่มีทักษะการทำงานพัฒนาชุมชนที่เน้นหลักการ “เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา” ตามแนวทางองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สามารถใช้เครื่องมือในการศึกษาชุมชน เช่น แผนที่เดินดิน การเก็บข้อมูลศักยภาพพลังงานทดแทนในชุมชน ปฏิทินเกษตรกร ประเพณีวัฒธรรม ระบบเศรษฐกิจชุมชน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆสู่การวางแผนพลังงาน 5 มิติ (ทดแทน อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาคน บูรณาการ) ที่เกิดจาการศึกษาเรียนรู้ ทำงานร่วมกับชุมชน
เป็นการบูรณาการระหว่างทักษะการพัฒนาชุมชน (Community Development) กับทักษะการวางแผนพลังงานชุมชน (Local Energy Development) สู่นักพัฒนาพลังงานชุมชน(Community Energy Development) ที่น้อมนำนำหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ โดยมีพื้นที่การเรียนรู้คือเป็นชุมชนต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานชุมชนที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวที่เน้นการมีส่วนร่วมโดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะมีบทบาทในการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล การวางแผน ปฏิบัติ และสรุปบทเรียนในชุมชนทุกขั้นตอน
ในกระบวนการอบรมมีการเชื่อมโยงแนวคิดปรัชญาของ ดร. เยน คือ “จงไปหาประชาชน เรียนรู้จากพวกเขา วางแผนร่วมกับพวกเขา ทำงานกับพวกเขา เริ่มต้นจากสิ่งที่พวกเขารู้ และเสริมสร้างบนสิ่งที่พวกเขามี” (“Go to the people, learn from them, plan with them, work with them, start with what they know, (and) build upon what they have.”) (http://www.phongphit.com/content/view/249/54/)
 
ประสบการณ์การพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) “วิยากรกระบวนการแบบมีส่วนร่วม”
***วิทยากรกระบวนการเป็นการฝึกทักษะ ดังนั้นต้องจำลองสถานการณ์ให้พี่น้อง อส.พน. ได้ฝึกกัน เพราะศักยภาพของ อส.พน. ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติเทคโนโลยีจริงได้เพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคตพวกเขาต้องยกระดับตัวเองไปเป็นผู้เชื่อมประสานความคิดที่หลากหลายในชุมชน การสรุปประเด็น เป็นผู้นำเสนอผลงานให้กับผู้มาเยี่ยมชม สามารถจับประเด็นตั้งคำถาม ด้วยความคิดที่เป็นระบบ มีความสามารถในการสืบค้นความจริง ประกอบกับการฝึกความเป็นผู้นำที่กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่ามีเหตุผล พี่น้องก็จะมีความเป็นตัวของตัวเอง รู้ตนเอง รู้ผู้อื่น สามารถพิจารณาสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างไม่ตัดสินหรือด่วนสรุป โดยใช้พื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล
          การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีจึงจำเป็นต้องควบคู่กับการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรระบวนการแบบมีส่วนให้ อส.พน. สามารถพูดเชื่อมโยงสิ่งที่ปฏิบัติไปสู่ภาพใหญ่ของโครงการได้ เพราะพี่เลี้ยงจากภาครัฐไม่สามารถอยู่ในพื้นที่เพื่อตอบคำถามเชิงยุทธศาสตร์ กระบวนการทำงาน ผลกระทบในมิติต่างๆที่เกิดจากการปฏิบัติ แทนชาวบ้านได้ตลอดเวลา….
          ดังนั้นการฝึกทักษะวิทยากรแบบมีส่วนร่วมจึงเป็นทางออกที่สำคัญในเรื่องนี้
***โดยภาพที่เห็นนี้เป็นการฝึกจำลองสถานการณ์เวทีการให้ความรู้เทคโนโลยี ซึ่งโจทย์ที่ให้คือ ต้องมีการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วางเนื้อหา เตรียมกระบวนการชุดคำถามเพื่อดึงคำตอบไปสู่การเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี การผลิตสื่อด้วยการวาดภาพประกอบอย่างง่าย การวางบทบาทหน้าที่ วิทยากรหลัก ผู้ช่วยจับประเด็น ทีมผลิตสื่อ และสุดท้ายการควบคุม จังหวะเวลา และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริงได้ตลอดเวลา
 
 
ยกตัวอย่าง ลุงนิ กับลุงนก อาสาสมัครพลังงานชุมชน ประจำจังหวัดชุมพร กับการสร้าง”ความตระหนักรู้ด้าน พลังงาน” ในชุมชน
ลุงนิ
ลุงนก
คุณลุงทั้งสองมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานชุมชนพึ่งตนเองร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดชุมพรและจังหวัดข้างเคียงมาอย่างยาวนาน คุณลุงสามารถบริหารจัดการพลังงานทดแทนรอบตัวอย่างครบวงจรในชุมชน ผ่านกระบวนการฝึกฝนพัฒนาทักษะความรู้ในด้านต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การจัดทำข้อมูลค่าใช้จ่ายการใช้พลังงานในระดับครอบครัว ชุมชน ตำบล รู้เทคโนโลยีพลังงานที่เหมาะสมที่จะนำมาปรับใช้กับวัตถุดิบพลังงานทดแทนจาก วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น แก๊สชีวภาพ การเผาถ่าน เตาเศรษฐกิจประยุกต์ โรงอบแห้งแสงอาทิตย์ นำไปสู่การเป็นวิทยากรพลังงานชุมชน สร้างกิจกรรมการพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ที่หลากหลาย สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสของประชาชน รักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีของคุณลุงนิกับลุงนกเริ่มเห็นผล กระบวนการเรียนรู้จากการวางแผนพลังงาน ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนักรู้ ปรับตัว พัฒนาทักษะความสามารถในการก่อสร้างติดตั้ง พัฒนาต่อยอดระบบพลังงานในชุมชน ร่วมกันดูแลบำรุงรักษา แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เป็นพัฒนาการของประชาชนในท้องถิ่นสู่การเป็นบุคคลที่มี”ความตระหนักรู้ด้าน พลังงาน” หรือ EnergyLiteracy
……………..คำว่า Literacy ในทางการศึกษา หมายถึง “ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้” ซึ่งต่อมาได้มีการนำคำดังกล่าวมาใช้ประกอบกับความรู้ความสามารถของคนในด้านเฉพาะอื่นๆ อาทิ ความรู้ความเข้าใจด้านคอมพิวเตอร์ (Computer Literacy) หรือ ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านการเงิน (Financial Literacy)
…………..ในด้านพลังงาน มีการใช้คำว่า Literacy มาประกอบกับคำว่า พลังงาน เพื่อให้มีการหมายถึง ความรับรู้ ความมีจิตสำนึก ความมีเหตุมีผลด้านพลังงาน การจะใช้คำว่า การอ่านออกเขียนได้ด้านพลังาน จึงไม่สามารถจำกัดความได้ครอบคลุม อีกทั้ง เป็นคำที่ยาว ไม่สะดวกต่อการนำไปรณรงค์ ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการใช้คำว่า “ความตระหนักรู้ด้านพลังงาน” (Energy Literacy) ซึ่งหมายถึง “ความเข้าใจในธรรมชาติและบทบาทของพลังงานในจักรวาลและชีวิตของเรา นำไปสู่การใช้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อตอบคำถามและแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน”
………………บุคคลที่มีความตระหนักรู้เรื่องพลังงานจะมีลักษณะต่อไปนี้
……………1. รู้เรื่องระบบพลังงานและสามารถเรียนรู้เรื่องพลังงานได้ตลอดชีวิต
……………2. ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจเลือกใช้พลังงานโดยคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา
……………3. สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เกี่ยวกับพลังงานได้
……………4. รู้เรื่องการจัดหาและใช้พลังงาน
……………5. ใช้พลังงานอย่างมีเหตุผล
……………หลัก 7 ประการ ในเรื่องความตระหนักรู้เรื่องพลังงาน
……………1. พลังงานเป็นเรื่องจับต้องได้และวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์
……………2. ความเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
……………3. มีแหล่งพลังงานมากมายที่มนุษย์นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
……………4. กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน
……………5. การตัดสินใจด้านพลังงานประกอบด้วยปัจจัยหลายด้าน
……………6. มนุษย์ในสังคมมีปัจจัยมากมายในการเลือกใช้พลังงาน
……………7. คุณภาพชีวิตของคนในสังคมขึ้นอยู่กับการเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสม
การวางแผนพลังงานชุมชนเป็นกระบวนการเรียนรู้ภาคประชาชนสู่การเป็นบุคคลที่มี”ความตระหนักรู้ด้าน พลังงาน” หรือ EnergyLiteracy ที่พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานยั่งยืน สรา้งความมั่นคงด้านพลังงานให้กับท้องถิ่นและประเทศชาติ ต่อไป
**อ้างอิงจาก วารสาร Energy Plus ฉบับประจำเดือน ต.ค. – ธ.ค. 2556 และ จากนิทรรศการการส่งเสริมความตระหนักรู้ทางด้านพลังงาน กระทรวงพลังงาน
 
กระบวนการเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการพลังงานครบวงจร เกิดผลลัพธ์ที่ดีในชุมชน อาทิ 1. เกิดการจัดตั้งคณะทำงานด้านการวางแผนพลังงานระดับท้องถิ่นที่สามารถผลักดันแผนพลังงานเข้าสู่แผนพัฒนาตำบล สู่แผนพัฒนาระดับจังหวัด 2.อาสาสมัครพลังงานชุมชนสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพเกิดการประหยัดลดต้นทุน 3.เกิดเครือข่ายวิทยากรในการจัดทำแผนพลังงานด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม 4.เกิดช่างชุมชนที่สามารถก่อสร้าง ติดตั้ง ซ่อมบำรุงระบบ ให้เกิดความยั่งยืน 5.เกิดชุมชนต้นแบบพลังงานยั่งยืน เป็นแหล่งศึกษาดูงาน ขยายผลให้กับชุมชนข้างเคียง 6.ชุมชนสามารถยกระดับไปสู่การพัฒนาโครงการขอทุนสนับสนุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
การฝึกทักษะการนำเสนอข้อมูลการใช้พลังงานในตำบลและนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานชุมชน
การนำเสนอข้อมูลการบริโภคพลังงานในครัวเรือน และศักยภาพพลังงานทดแทนในชุมชน ในเวทีการฝึกทักษะการนำเสนอและการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครพลังงานชุมชน อส.พน.โครงการ วางแผน พลังงาน ชุมชน