รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพลังงานชุมชน

ปัจจุบัน อาสาสมัครพลังงานชุมชน (อส.พน.) ที่ผ่านการยกระดับศักยภาพโดยกระทรวงพลังงาน สามารถผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนใช้ในชุมชนได้เอง ขยายผลได้เองภายในและภายนอกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีจาก ลม แสงแดด น้ำ ชีวมวล ชีวภาพ หรือแรงคน ชุมชนสามารถเขียนโครงการพัฒนาได้ ผ่านกองทุนพลังงานชุมชนให้เปล่าหรือสมทบขอการสนับสนุนทุนเพื่อขยายงาน นำไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการวิสาหกิจพลังงานชุมชนได้ ในช่วง 10 ที่ผ่านมาข้าราชการจากกระทรวงพลังงานได้ปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนองค์กรภาคประชาชนให้สามารถดำเนินงานพัฒนาได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนบทบาทดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดชุมชนต้นแบบในการจัดการตนเองด้านพลังงานที่ประสบสำเร็จมีการบริหารจัดการที่ดี เช่น ศูนย์การเรียนรู้พลังงานชุมชน ต.นาหมอบุญ จ.นครศรีธรรมราช เครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อบ้านป่าเด็ง จ.เพชรบุรี ชุมชนคลองน้ำไหล จ.กำแพงเพชร ชุมชนบ้านเกาะจิก จ.จันทบุรี ชุมชนบ้านเกาะบูโหลนดอน จ.สตูล เป็นต้น

การปรับเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐมาเป็นมาเป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษา ที่มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับอาสาสมัครพลังงานชุมชนต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของ ธรรมชาติในการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่โดยยึดหลักการพัฒนาศักยภาพ 2 รูปแบบซึ่งมีความแตกต่างที่จะนำไปใช้ตามความเหมาะสม

การพัฒนาศักยภาพช่างเทคโนโลยีชุมชน on the job training
*การฝึกอบรมแต่ละหลักสูตรย่อมมีรูปแบบการจัดหรือการรวมกลุ่มแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า ตัวของวิทยากรจะนำเสนอในลักษณะใดแก่ผู้เข้าอบรม ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทได้ดังนี้ (วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, 2550. หน้า 72 – 73)
1. การฝึกอบรมแบบ On the Job Training–OJT ก็คือ การฝึกการปฏิบัติงานจริง โดยมีผู้ชำนาญงานนั้นเป็นครูฝึก คอยดูแลการฝึกงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งการฝึกอบรมแบบ On the Job Training จะไม่เน้นการเรียนทฤษฎีมากนัก แต่มุ่งเน้นไปในทางฝึกปฏิบัติ ทำให้การฝึกอบรมแบบนี้ มีความสามารถในการสร้างความรู้ความเข้าใจ เหมาะกับการปฏิบัติงานโดยตรงเพราะเห็นผลในระยะสั้นค่อนข้างชัดเจน ต้นทุนต่ำ แต่ก็ไม่ควรที่จะให้มีจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการดูแลของผู้ฝึกสอนไม่ทั่วถึง เกิดการบกพร่องในการปฏิบัติงาน ทำให้ cost of quality สูงขึ้น และ productivity ต่ำลงได้

อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และผู้คนกำลังยืน
2. การฝึกอบรมแบบ Off the Job Training เป็นการฝึกอบรมที่เน้นความรู้ ความเข้าใจ โดยการจัดฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การเรียนรู้แบบปฏิบัติงานจริง ซึ่งการงฝึกอบรมประเภทนี้จะให้ความรู้ผู้เข้าอบรมได้มากกว่าการอบรมแบบ On the Job Training เพราะผู้เข้าอบรมสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ แต่อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของการประยุกต์ใช้ เพราะความรู้เชิงทฤษฎีที่ได้ บางครั้งไม่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ทั้งหมด หากผู้เข้าอบรมไม่มีทักษะในการประยุกต์ความรู้เข้ากับการทำงาน หรือมีทัศนคติต่อการฝึอบรมว่า เป็นการพักผ่อนผ่อนคลาย ก็จะทำให้การฝึกอบรมนั้นไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม

หลังจากผ่านการพัฒนาศักยภาพชุมชน ทำให้เกิดการเป็นการเปลี่ยนแปลง 3 ระดับดังนี้

อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน, กลางแจ้ง และข้อความ

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง 3 ระดับของชุมชน จากเป็นผู้ใช้เทคโนฯอย่างเดียว 30% พัฒนาสู่ช่างชุมชน สร้างได้ซ่อมได้ ประยุกต์ได้ 60% และวิทยากรขยายความรู้ 10%
การที่กลุ่มมีสัดส่วนช่างชุมชน 60% ถือเป็นจุดแข็งและโอกาสที่จะพัฒนาสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ มีการดูแลบำรุงรักษาเทคโนโลยีให้ยั่งยืน ***แต่ขณะเดียวกัน 10% คือผู้ที่สามารถยกระดับตนเองเป็นวิทยากรเทคโนโลยี นักกระบวนการที่ชวนชาวบ้านคิด วางแผน และลงมือทำยังมีสัดส่วนที่น้อยเกินไป ซึ่งมีผลต่อการขยายงานพลังงานชุมชน เพราะ “พลังงานชุมชน คือการจัดการพลังคน ให้คนไปจัดการพลังงาน”
***ถอดบทเรียนจากงานมหกรรมเครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน 88 ตำบล วิถีพอเพียงภาคเหนือ “ก้าวย่างความพอเพียงสู่การร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของชุมชน วันที่ 28-30 กันยายน 2561” ณ อบต.แม่ลาด อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

การจัดการพลังงานชุมชน : ผ่านอาสาสมัครพลังงานชุมชน ที่ได้รับการฝึกอบรมความรู้ในการผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสมจากสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เป็นแกนนำชุมชนจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดและผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ไม่ต้องการออกไปซื้อหาหรือนำเข้าพลังงานจากภายนอก โดยใช้เตาหุงต้ม เตาเศรษฐกิจประยุกต์ เพื่อใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงถ่าน หรือไม้ฟืน ที่หาได้ในชุมชน เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในชุมชนที่อาสาสมัครพลังงานชุมชนสามารถผลิตได้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ใช้ง่าย ราคาไม่แพง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจำหน่าย เช่น เตาเผาถ่าน เตาเผาขยะระดับครัวเรือน ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เตาชีวมวล เตาปิ้งย่างไร้ควัน เป็นต้น สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมพลังงานชุมชนของกระทรวงพลังงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในชุมชน เพื่อเป็นอาชีพเสริมในการปั้นเตาจำหน่าย เพื่อลดการใช้แก๊ส LPG ในครัวเรือน ลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยวางเป้าหมาย จะมีการรวมกลุ่มดำเนินการผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับชุมชนได้ต่อเนื่อง (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://ppp.energy.go.th/เทคโนโลยีพลังงานทดแทน/)

เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในชุมชนยอดนิยม 5 อันดับ

นับเป็นตัวอย่างในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ปูพื้นฐานท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง ยกระดับ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น แก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำทำให้เกิดการสร้างงาน เกิดช่างชุมชน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

โครงการพลังงานชุมชน กระทรวงพลังงาน ทำให้เกิดพลังผลักดันด้านการสร้างงานในท้องถิ่นและนำไปสู่การพัฒนาชนบท จากเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อพื้นที่ ชุมชนจัดการได้และทำให้คุณภาพชีวิตจากการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สามารถขยายผลเพื่อผลักดันให้เกิดการก่อตัวด้านการตลาดอย่างเป็นธรรมชาติโดยประชาชนในพื้นที่เอง มีการสร้างสรรค์งานใหม่ในท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นการจ้างผลิตเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนโดยช่างชุมชน ตลอดจนการนำเชื้อเพลิงท้องถิ่นมาใช้ทดแทนพลังงานที่นำเข้าจากภายนอก ทั้งนี้การนำแรงงานท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสม และเชื้อเพลิงในท้องถิ่นมาใช้สะท้อนให้เห็นว่า เงินที่ลงทุนเพื่อผลิตพลังงานยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในท้องถิ่น และสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลวัตอันสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค ! “ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศชาติมั่นคง” ลิงค์ดาวน์โหลดรวมแบบเทคโนโลยี : http://ppp.energy.go.th/แบบเทคโนโลยีที่เหมาะสม/