โครงการสูบน้ำแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ สำนักงานพลังงานจังหวัดกำแพงเพชร*

การติดตามประเมินผล โครงการสูบน้ำแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่*

 

สำนักงานพลังงานจังหวัด ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า “โซล่าร์เซลล์” ขนาดกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้า 3 กิโลวัตต์ ที่ใช้งานร่วมกับมอเตอร์ และปั๊มสูบน้ำขนาด 2.2 กิโลวัตต์ ทั้งนี้ระบบดังกล่าวสามารถช่วยเหลือเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี อุปกรณ์ประกอบระบบ รถรองรับโครงสร้าง และแผงโซล่าเซลล์ (รถสาลี่)โครงสร้างรองรับแผงโซล่าเซลล์ แผงโซล่าเซลล์ขนาด 290-300 วัตต์ จำนวน 8-10 แผง อินเวอร์เตอร์ขนาด 2.5 กิโลวัตต์ มอเตอร์ และปั๊มน้ำ ขนาด 2.2 กิโลวัตต์ ตู้ควบคุมการทำงาน เช่น เบรคเกอร์ เป็นต้น จากการลงพื้นที่สำรวจ และสอบถามข้อมูลจากผู้ใช้งานโดยตรง สามารถสรุปประเด็นสำคัญ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับแนวทางการให้งบประมาณสนับสนุน และแนวทางสำหรับการดำเนินงานโครงการฯ ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้สามารถแบ่งประเด็นการพิจารณาออกเป็น 4 หัวข้อหลัก คือ ด้านเทคโนโลยี ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ได้มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือด้านการเกษตรโดยเฉพาะการนำโซล่าร์เซลล์มาใช้สำหรับการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ห่างไกลจากสายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และใช้ทดแทนเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานสิ้นเปลืองที่นับวันราคาก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และจากการลงพื้นที่พบว่า เทคโนโลยีการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มีความเหมาะสมกับบริบทของชุมชนภายในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร เนื่องจากในพื้นที่มีไร่นาที่ห่างไกลจากชุมชน และสายส่ง จึงทำให้ไม่สามารถที่จะใช้ไฟฟ้าจากทางราชการได้ ดังนั้นแต่เดิมจึงใช้เครื่องยนต์ดีเซล หรือเบนซินเป็นหลักในการช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำ แต่ ณ ปัจจุบันภายหลังที่ได้รับการสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 2.3 กิโลวัตต์ พร้อมมอเตอร์และเครื่องสูบน้ำ จากทางกระทรวงพลังงาน ก็สามารถช่วยลดการค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง และลดต้นทุนการทำการเกษตรได้เป็นอย่างดี อีกทั้งระบบดังกล่าวยังสามารถเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในชุมชนได้อย่างสะดวกสบาย ด้านเศรษฐศาสตร์ เกษตรกรภายในพื้นที่สามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสูบน้ำได้ประมาณปีละ 3,000 บาทต่อปี สำหรับไร่อ้อย 6,000 บาทต่อปีสำหรับมันสำปะหลัง รวมๆ แล้วโดยประมาณจะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 9,000 บาท ต่อ ปี ต่อ เกษตร 1 ครัวเรือน กลุ่มเกษตรกรภายในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มกันใช้งานระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จะเสียค่าใช้จ่ายในการใช้งานระบบในอัตรา 500 บาท ต่อ ปี ต่อ เกษตร 1 ครัวเรือน (โดยในรอบ 1 ปีจะมีการใช้งานระบบในช่วงเดือน มกราคม – พฤษภาคม ของทุกปี) ในการลงทุนร่วมของชุมชน จะสนับสนุนรถสาลี่สำหรับใช้รองรับติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท และโครงสร้างเหล็ก รวมค่าแรงอีกประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ส่วนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับการสนับสนุนจากทางกระทรวงพลังงานอีกประมาณ 120,000 บาท รวมแล้วมีการลงทุนทั้งหมดประมาณ 135,000 – 150,000 บาทต่อระบบ ด้านสังคม เสริมสร้างความเข้มแข็ง และความสามัคคีให้กับชุมชน เนื่องจากการใช้งานระบบฯ จะต้องมีการรวมกลุ่มกันระหว่างเกษตรในพื้นที่ อีกทั้งยังมีการจัดสรรแบ่งปันช่วงเวลาการใช้งานระบบให้มีความเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชในแต่ละฤดูกาล

ในส่วนของชุมชนจะเห็นภาพของการเสียสละ และการมีส่วนร่วมกับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ โดยทางชุมชนได้จัดหารถลาก (ชาวบ้านเรียกว่า “รถสาลี่”) มาใช้สำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังได้ติดตั้งโครงสร้าง แล

ะประกอบระบบฯ ต่างๆ ด้วยทีมงานของชุมชนเอง จังหวัดกำแพงเพชรมีคะแนนการประเมินศักยภาพเทคโนโลยีสูงที่สุดคือ 18 คะแนน (จากคะแนนเต็มที่ 20 คะแนน) โดยในส่วนของคะแนนเต็มที่ 5 คะแนน นั้นได้มาจากทางด้านสังคม และเทคโนโลยี เนื่องจากระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ มีความเหมาะสมกับบริบทการใช้งานของเกษตร อีกทั้งระบบดังกล่าวสามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี ส่วนในด้านวิศวกรรม และเศรษฐศาสตร์ นั้นทางชุมชน หรือเกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง ติดตั้งระบบ รวมไปถึงการดูแลรักษา ซ่อมบำรุงระบบด้วยชุมชนเอง อีกทั้งในชุมชนยังมีการบริหารจัดการเก็บค่าใช้จ่ายในการใช้งานอีกด้วย

*ที่มา : รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการ “การติดตามและประเมินผลโครงการ” ภายใต้โครงการพลังงานชุมชน เพื่อชุมชนจัดการตนเองทางด้านพลังงาน ปี 2560 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 365 วัน (28 ธันวาคม 2559 ถึง 27 ธันวาคม 2560)