เทศบาลตำบลวังหิน กับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ

เทศบาลตำบลวังหิน กับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
 
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเราสามารถแบ่งกิจกรรมการปล่อย CO2 ของมนุษย์ สาเหตุสำคัญที่
ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ(Climate Change) หรือสภาวะโลกร้อน โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ๆ คือ 1. ภาคพลังงาน มนุษย์เผาเชื้อเพลิงเพื่อการดำรง ชีวิต มากขึ้น 2. ภาคการใช้ที่ดิน และ ป่าไม้ มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ มากขึ้น
ปัจจุบันท้องถิ่น (อปท.) ยกตัวอย่างเทศบาลตำบลวังหิน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เริ่มตื่นตัว ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ดังนี้
1.สาธารณชนเข้าใจประโยชน์ของพลังงานทดแทนมากขึ้น และมีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มากขึ้น โดยเฉพาะ พลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก พลังงานน้ำขนาดเล็ก ไบโอแก๊ส พลังงานลมขนาดเล็ก เตาประสิทธิภาพสูง
2. การคมนาคมขนส่งระดับชุมชน การเดินทางอย่างยั่งยืนโดยใช้ รถขนส่งสาธารณะ รถจักรยานถีบ 2 ล้อ และ 3 ล้อ ทั้งที่ใช้แรงคน และ ใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน และ ยานพาหนะที่ใช้ไบโอดีเซล มีความเป็นระบบมากขึ้น และมีคนใช้อย่างสม่ำเสมอ
3. รูปแบบต่างๆของป่าชุมชนมีความเข้มแข็ง พื้นที่นาร้าง หรือพื้นที่แห้งแล้ง รวมทั้งพื้นที่เอกชนได้รับการจัดการโดยการปลูกต้นไม้ และหวังว่าจะมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นในบริเวณชานเมือง
4. การรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานในชุมชน
5. การจัดการขยะต้นทาง การคัดแยกขยะและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
จากแนวทางดังกล่าวท้องถิ่น ได้ถ่ายทอดสู่อาสาสมัครและประขาชนในพื้นที่ แปลงวิธีคิดเป็นวิถีปฏิบัติในการทำกิจกรรมโครงการที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน จากกิจกรรมง่ายๆ อาทิ
ขยายการใช้แก๊สชีวภาพ ในครบทุกครัวเรือน (หมู่บ้านปลอด LPG)
ขยายพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ และส่งเสริมการเลี้ยงโคแบบประณีต
ลดการใช้พลังงาน และเลือกใช้พลังงานทดแทน
ลดจำนวนขยะตั้งแต่ต้นทาง ถึงปลายทาง และจัดการบริหารขยะอย่างถูกวิธี
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการจัดทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมัก ให้ครบทุกครัวเรือน
ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
ขยายพันธุ์ต้นขี้เหล็ก และต้นไม้ประจำถิ่น เพื่อนำมาปลูกและแจกจ่าย
สร้างผลิตภัณฑ์จากต้นขี้เหล็ก
จัดทำโครงการโดยเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เช่น บ้าน วัด โรงเรียน ท้องถิ่น รพ.สต.
ประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อบูรณาการ เช่น ส่วนราชการ ส่วนเอกชน กรมทรัพยากรน้ำ กรมพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัย เป็นต้น
โดยมีคำหลักจำง่ายๆเพื่อนำไปตั้งเป็นตัวชี้วัดหรือผลที่คาดวาจะได้รับในการประเมินผลปฏิบัติของประชาชน เช่น ลดไฟฟ้าจากสายส่งได้เท่าใด ลดน้ำมันเบนซิน/โซล่าได้เท่าใด ลดการใช้แก๊ช ได้เท่าใด ปลุกต้นไม้กี่ต้นในพื้นที่เท่าใด เทียบได้เท่ากับ CO2 เท่าใด
***ข้อมูลเปรียบเทียบกิจกรรมหลักของมนุษย์ ที่ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2)
ประเภทของการเผา CO2 ที่ปล่อย
เผาน้ำมันดีเซล 1 ลิตร = 2.8 กก.(CO2)
เผาน้ำมันเบนซิน 1 ลิตร =2.2 กก.(CO2)
เผาแก๊ซถัง 1 ลิตร = 1.5 ก.ก.(CO2)
ก.ฟ.ผ. เผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อผลิตไฟฟ้าให้คนใช้ 1 หน่วย = 0.57 ก.ก.(CO2)
ปัจจุบันการปล่อยก๊าซในโลก ทั้งจากประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา สูงขึ้นร้อยละ 3.5 ต่อปีเทียบกับร้อยละ 0.9 ในช่วงทศวรรษ 2530 รายงานการพัฒนามนุษย์ปี พ.ศ. 2551/2552 ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประมาณว่า หากคนทั้งโลกปล่อยก๊าซในอัตราเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ ก็จะต้องใช้ดาวเคราะห์ถึง 9 ดวงจึงจะสามารถรักษาสิ่งแวดล้อให้พอเหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์ได้ และหากอัตราการปล่อยก๊าซยังคงเป็นไปเช่นเดิม งบประมาณคาร์บอน (carbon budget) สำหรับศตวรรษที่ 21 ทั้งศตวรรษ ซึ่งหมายถึงปริมาณการปล่อยก๊าซทั่วโลกที่พอยอมรับได้หากต้องการหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะถูกใช้หมดสิ้นไปในปีพ.ศ. 2575 (ความเป็นธรรมทางภูมิอากาศเพื่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง น.6) แม้ในภาพรวมของโลกความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศให้ดีขึ้นยังไปไม่ถึงไหน แต่ อาสาสมัครพลังงานชุมชน กลุ่มคนเล็กๆของกระทรวงพลังงาน ที่เริ่มขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเล็กๆเพื่อช่วยโลก ด้วยกิจกรรมพลังงานชุมชน มีความหวังที่จะเป็นตัวอย่างเพื่อสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมไทยได้นำไปปฏิบัติกับครอบครัว ชุมชนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศชาติและโลกใบนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาวะภูมิอากาศที่ดีเพื่อรุ่นลูก รุ่นหลานต่อไปในอนาคต
 
*เครดิตภาพประกอบจากเอกสารนำเสนอ ทต.วังหิน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา #โครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา ปีที่ 13 ระดับชุมชน สนับสนุนโดย TOYOTA และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย